สวัสดีครับ
จนถึงวันนี้ 2 Blog ที่ผมทำคู่กันมาข้างล่างนี้
http://intereladsd.blogspot.com/
http://english-for-thais.blogspot.com/
มีทั้งหมด 800 หัวข้อแล้ว ผมรู้สึกว่า ถ้าเขียนบทความที่นี่ต่อไป มันจะกลายเป็น Blog ที่มีขนาดใหญ่เกินไป และบางท่านอาจพบปัญหาดาวน์โหลดได้ช้า ผมจึงขอย้ายไปขึ้นต้นทำ Blog ใหม่ คือเริ่มบทความที่ 801 เป็นต้นไป ที่ Blog นี้ครับ
http://english-for-thais-2.blogspot.com/
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบครับ
พิพัฒน์
[] เชิญคลิก Guestbook และ Webboard
[] คลิกดู สารบัญ แยกประเภทหัวข้อ.
[] คลิกดูสารบัญ หัวข้อที่ 1 - 100
[] คลิกดูสารบัญ หัวข้อที่ 101 - 200
[] คลิกดูสารบัญหัวข้อที่ 201- 300
[] คลิกดูสารบัญ หัวข้อที่ 301 - 400
[] คลิกดูสารบัญหัวข้อที่ 401 - 500
[] คลิกดูสารบัญหัวข้อที่ 501 - 600
[] คลิกดูสารบัญหัวข้อที่ 601 - 700
[] คลิกดูสารบัญหัวข้อที่ 701 - 800
[] คลิกดูสารบัญหัวข้อที่ 801 - 900
[] รวมเว็บไทย ที่สอนภาษาอังกฤษ นร./นศ.ไทย
[]ดาวน์โหลดไฟล์เรียนภาษา ฟรี !!
[] รวมเว็บไทย สอนภาษาอังกฤษ
[] รวมเว็บที่ผมชอบ - ใช้บ่อย
[] คลิกดู สารบัญ แยกประเภทหัวข้อ.
[] คลิกดูสารบัญ หัวข้อที่ 1 - 100
[] คลิกดูสารบัญ หัวข้อที่ 101 - 200
[] คลิกดูสารบัญหัวข้อที่ 201- 300
[] คลิกดูสารบัญ หัวข้อที่ 301 - 400
[] คลิกดูสารบัญหัวข้อที่ 401 - 500
[] คลิกดูสารบัญหัวข้อที่ 501 - 600
[] คลิกดูสารบัญหัวข้อที่ 601 - 700
[] คลิกดูสารบัญหัวข้อที่ 701 - 800
[] คลิกดูสารบัญหัวข้อที่ 801 - 900
[] รวมเว็บไทย ที่สอนภาษาอังกฤษ นร./นศ.ไทย
[]ดาวน์โหลดไฟล์เรียนภาษา ฟรี !!
[] รวมเว็บไทย สอนภาษาอังกฤษ
[] รวมเว็บที่ผมชอบ - ใช้บ่อย
วันอาทิตย์, กันยายน 14, 2008
วันศุกร์, กันยายน 12, 2008
[364] สิ่งที่ผมอยากให้ท่านผู้อ่านช่วย
สวัสดีครับ
ผมอยากขอความกรุณาจากท่านผู้อ่าน ในเรื่องต่อไปนี้ครับ
1. ถ้าท่านเห็นว่า Blog นี้มีประโยชน์ต่อการศึกษาภาษาอังกฤษ ก็ช่วยบอกต่อ ๆ กันไปด้วยนะครับ ถือว่าเป็นการทำบุญทางการศึกษาก็ได้ครับ ท่านไม่จำเป็นต้องจำที่อยู่ของเว็บไซต์ เพียงบอกเขาว่า ให้ไปที่ Google แล้วพิมพ์ลงไป 2 คำ คือ ภาษาอังกฤษ ฟรี เว็บแรกที่ Google โชว์นั่นแหละครับ คือ Blog นี้ หรือถ้าท่านต้องการจดชื่อ URL จริง ๆ ก็จำง่าย ๆ อันนี้ครับ http://www.looma.notlong.com/ หรือถ้าท่านมีเพื่อนที่เป็น webmaster หรือเป็นเจ้าของ Blog ก็แนะนำ Blog นี้ให้เขาทราบ แต่ที่ขอมาทั้งหมดนี้หมายความว่า ท่านเห็นก่อนว่า Blog นี้มีประโยชน์ ถ้ายังเห็นว่า Blog นี้ยังมีคุณภาพไม่ดีพอ ก็อย่าเพิ่งไปบอกคนอื่นนะครับ
2. ถ้าท่านพบลิงค์ที่ไม่สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ หรือที่เรียกว่า “ลิงค์ตาย” ช่วย copy ลิงค์นั้นและแจ้งให้ผมทราบด้วย ที่ “แสดงความคิดเห็น” ท้ายบทความ หรือที่อีเมลนี้ pptstn@yahoo.com ก็ได้ แต่ถ้าลิงค์ตายนั้นเป็นลิงค์ที่ขึ้นต้นด้วย http://home.dsd.go.th/freeenglish/....... ก็ไม่ต้องแจ้งครับ เพราะแสดงว่า Server ของผมมันล่มชั่วคราว ท่านทิ้งห่างสักระยะหนึ่ง แล้วกลับมาดาวน์โหลดใหม่ ก็น่าจะหมดปัญหา
3. ถ้าไปพบเว็บหรือลิงค์ดี ๆ ช่วยแจ้งให้ทราบด้วยนะครับ
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ
พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com
ผมอยากขอความกรุณาจากท่านผู้อ่าน ในเรื่องต่อไปนี้ครับ
1. ถ้าท่านเห็นว่า Blog นี้มีประโยชน์ต่อการศึกษาภาษาอังกฤษ ก็ช่วยบอกต่อ ๆ กันไปด้วยนะครับ ถือว่าเป็นการทำบุญทางการศึกษาก็ได้ครับ ท่านไม่จำเป็นต้องจำที่อยู่ของเว็บไซต์ เพียงบอกเขาว่า ให้ไปที่ Google แล้วพิมพ์ลงไป 2 คำ คือ ภาษาอังกฤษ ฟรี เว็บแรกที่ Google โชว์นั่นแหละครับ คือ Blog นี้ หรือถ้าท่านต้องการจดชื่อ URL จริง ๆ ก็จำง่าย ๆ อันนี้ครับ http://www.looma.notlong.com/ หรือถ้าท่านมีเพื่อนที่เป็น webmaster หรือเป็นเจ้าของ Blog ก็แนะนำ Blog นี้ให้เขาทราบ แต่ที่ขอมาทั้งหมดนี้หมายความว่า ท่านเห็นก่อนว่า Blog นี้มีประโยชน์ ถ้ายังเห็นว่า Blog นี้ยังมีคุณภาพไม่ดีพอ ก็อย่าเพิ่งไปบอกคนอื่นนะครับ
2. ถ้าท่านพบลิงค์ที่ไม่สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ หรือที่เรียกว่า “ลิงค์ตาย” ช่วย copy ลิงค์นั้นและแจ้งให้ผมทราบด้วย ที่ “แสดงความคิดเห็น” ท้ายบทความ หรือที่อีเมลนี้ pptstn@yahoo.com ก็ได้ แต่ถ้าลิงค์ตายนั้นเป็นลิงค์ที่ขึ้นต้นด้วย http://home.dsd.go.th/freeenglish/....... ก็ไม่ต้องแจ้งครับ เพราะแสดงว่า Server ของผมมันล่มชั่วคราว ท่านทิ้งห่างสักระยะหนึ่ง แล้วกลับมาดาวน์โหลดใหม่ ก็น่าจะหมดปัญหา
3. ถ้าไปพบเว็บหรือลิงค์ดี ๆ ช่วยแจ้งให้ทราบด้วยนะครับ
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ
พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com
วันพฤหัสบดี, กันยายน 11, 2008
[363] เรียนอังกฤษกับ BBC,CNN,VOA & อีกหลายเว็บ
สวัสดีครับ
เว็บของสำนักข่าวข้างล่างนี้ มีบริการด้านการศึกษาภาษาอังกฤษด้วย ดีสุด ๆ ทุกเว็บ เข้าไปคลิกดูเอาเองแล้วกันนะครับ
BBC
http://www.bbc.co.uk/learningenglish/
http://www.bbc.co.uk/skillswise/
BBC with YouTube
http://www.youtube.com/BBC
http://www.youtube.com/profile?user=bbcworldwide
British Council
http://www.learnenglish.org.uk/
http://www.teachingenglish.org.uk/
CNN
http://www.literacynet.org/cnnsf/archives.html
http://www.literacynet.org/cnnsf/
CNN with YouTube
http://www.youtube.com/cnn
VOA
http://www.voanews.com/specialenglish/
http://www.manythings.org/e/voa.html
http://iteslj.org/v/e/voa-special_english.html
Bangkok Post
http://www.readbangkokpost.com/
http://www.bangkokpost.com/education/index.htm
http://www.student-weekly.com/thisweek/
The Nation
http://www.nationmultimedia.com/edu/
http://www.nationmultimedia.com/edu/backissue.html
รวมลิงค์เรียนภาษาอังกฤษที่น่าสนใจมาก ๆ
http://home.hiroshima-u.ac.jp/flare/EnglishStudySite.html
Video and audio resources for learning English
http://www.english-test.net/
http://www.studyoverseas.com/el/news_page.htm
พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com
เว็บของสำนักข่าวข้างล่างนี้ มีบริการด้านการศึกษาภาษาอังกฤษด้วย ดีสุด ๆ ทุกเว็บ เข้าไปคลิกดูเอาเองแล้วกันนะครับ
BBC
http://www.bbc.co.uk/learningenglish/
http://www.bbc.co.uk/skillswise/
BBC with YouTube
http://www.youtube.com/BBC
http://www.youtube.com/profile?user=bbcworldwide
British Council
http://www.learnenglish.org.uk/
http://www.teachingenglish.org.uk/
CNN
http://www.literacynet.org/cnnsf/archives.html
http://www.literacynet.org/cnnsf/
CNN with YouTube
http://www.youtube.com/cnn
VOA
http://www.voanews.com/specialenglish/
http://www.manythings.org/e/voa.html
http://iteslj.org/v/e/voa-special_english.html
Bangkok Post
http://www.readbangkokpost.com/
http://www.bangkokpost.com/education/index.htm
http://www.student-weekly.com/thisweek/
The Nation
http://www.nationmultimedia.com/edu/
http://www.nationmultimedia.com/edu/backissue.html
รวมลิงค์เรียนภาษาอังกฤษที่น่าสนใจมาก ๆ
http://home.hiroshima-u.ac.jp/flare/EnglishStudySite.html
Video and audio resources for learning English
http://www.english-test.net/
http://www.studyoverseas.com/el/news_page.htm
พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com
วันพุธ, กันยายน 10, 2008
[362]หาประโยคตัวอย่าง Th-En & En-Th ได้จากที่ไหน
สวัสดีครับ
ทุกวันนี้คุณภาพของดิกชันนารีที่มีขายในท้องตลาดดีกว่าสมัยที่ผมเป็นวัยรุ่นอย่างเทียบกันไม่ได้เลย ดิกชันนารีสมัยนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดิกชันนารี อังกฤษ – ไทย ไม่เพียงแต่แปลศัพท์เป็นคำ ๆ เท่านั้น แต่ยังพยายามบรรจุวลีและคำประสมเข้าไปด้วย ผลต่างก็คือในขณะที่คนรุ่นผมเมื่อต้องใช้วลีหรือคำประสมแปลก ๆ ก็ต้องมานั่งคิดเองว่า ภาษาอังกฤษมันคือคำว่าอะไร แต่คนรุ่นนี้ก็ไม่ต้องลำบากมากเพราะมีผู้รู้รวบรวมแปลมาจากดิกชันนารีอังกฤษ – อังกฤษเลย และก็เช่นเดียวกันดิกชันนารีอังกฤษ – อังกฤษสมัยนี้ก็ดีกว่าสมัยก่อนเยอะเพราะมีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการสร้าง database จึงทำให้ทุกอย่างดีกว่าสมัยก่อนในทุกเรื่อง
ดิกชันนารีอังกฤษ – ไทยในบ้านเรา นอกจากพัฒนาเรื่องคำศัพท์ วลี และคำประสมซึ่งแจกลูกคำอย่างมากมายทำให้สะดวกต่อการใช้อย่างยิ่งแล้ว ยังมีพัฒนาการอีกอย่างหนึ่ง คือ นักวิชาการหลายท่านได้แปลดิกชันนารีอังกฤษ – อังกฤษ เป็นดิกชันนารี อังกฤษ – อังกฤษ – ไทย ก็คือว่า ดิกชันนารีอังกฤษ – อังกฤษ ซึ่งมีตัวอย่างประโยคมากมายเป็นภาษาอังกฤษให้ไว้นั้น ประโยคเหล่านี้ยังได้รับการแปลเป็นภาษาไทยอีกต่อหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนยุคนี้จึงมีตัวช่วยมากขึ้นในการแต่งประโยค และแปลประโยคจาก อังกฤษเป็นไทย
แต่… แต่การแปลจากไทยเป็นอังกฤษ กลับพัฒนาช้ากว่ามาก
เรามาดูเฉพาะตัวอย่างในอินเตอร์เน็ตแล้วกันครับ
ข้างล่างนี้ผมได้รวบรวม ดิกชันนารี ไทย – อังกฤษ ไว้ ท่านจะสังเกตได้ว่า เมื่อท่านพิมพ์คำไทยอะไรก็ได้ลงไป 1 คำ ถ้าคำนี้สามารถแจกลูกออกเป็นคำประสมได้ เขาก็จะพยายามรวมรวมไว้ให้ท่าน ลองทดลองกับดิกชันนารี online ไทย – อังกฤษ ข้างล่างนี้ ผมขอให้ท่านทดลองพิมพ์คำว่า รัก, ใจ, บ้าน, ช่าง ฯลฯ ลงไป ท่านจะเห็นการแจกลูกป็นวลีหรือคำประสมอีกหลายคำ
http://www.tumcivil.com/dict/
http://truehits.net/dic.php
http://dict.longdo.com/
http://thai-language.com/
http://english-thai-dictionary.com/
http://wordbook.rackhub.com/appendix/a.html
http://www.nextproject.net/online/dictionary/
(เฉพาะเว็บสุดท้ายนี้ ท่านสามารถเลือก Xตรงตัว Xขึ้นต้นด้วย หรือ Xเป็นส่วนประกอบ
แต่ทำไมผมจึงบอกว่าการจัดทำดิกชันนารี ไทย – อังกฤษ พัฒนาไปช้ากว่า การทำดิกชันนารี อังกฤษ - ไทย ผมขอยกตัวอย่างแบบนี้ครับ
สมมุติว่า ท่านต้องการแต่งประโยคภาษาไทยว่า “คุณไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันดีพอ” หรือ “ประเทศต้องการนักการเมืองที่เข้าใจปัญหาของประเทศอย่างลึกซึ้ง” หรือ . “เขาไม่ได้เข้าใจบทบาทของตัวเอง จึงทำงานผิด ๆ พลาด ๆ หลายครั้ง” จาก 3 ประโยคนี้ แม้จะใช้คำว่า “เข้าใจ” เหมือนกัน แต่คำในภาษาอังกฤษที่มีความหมายในทำนองว่า “เข้าใจ” ก็มีหลายคำ เช่น understand, absorb, accept, appreciate, apprehend, catch, compass, comprehend, conceive, conjecture, decode, deduce, dig, digest, discern, encompass, fathom, follow, gather, get, grasp, infer, interpret, ken, know, learn, penetrate, perceive, realize, reason, recognize, see, sense, solve, surmise, sympathize, think แล้วเราจะใช้คำไหนล่ะครับที่เหมาะสมที่สุดในการแปลจากประโยคภาษาไทยหนึ่ง ๆ เป็นประโยคในภาษาอังกฤษ
ผมไปเดินดูที่ชั้นดิกชันนารีในร้านหนังสือ ก็ได้เห็นว่า นอกจากดิกชันนารี ไทย – อังกฤษ ฉบับห้องสมุด ( 1 ชุดมี 2 เล่ม) ของอาจารย์สอ เสถบุตรแล้ว ก็ไม่มีเล่มไหนอีกเลยที่ให้ตัวอย่างแสดงการใช้คำไทยคำหนึ่ง ๆ ในเนื้อหาประโยคภาษาไทยหลาย ๆลักษณะ เมื่อไม่มีตัวอย่างเช่นนี้ให้เราศึกษาเยอะๆ ผลที่เกิดขึ้นก็คือ เรารู้สึกง่ายที่จะแปลประโยคภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย แต่กลับไม่ง่ายที่จะแปลจากประโยคภาษาไทยเป็นประโยคภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจหรือพอใจ ยกเว้นก็เฉพาะคนที่เชี่ยวชาญจริง ๆ เท่านั้น
เรื่องที่ผมบ่นมาทั้งหมดนี้ ยิ่งพูดมากก็ยิ่งมากเรื่อง ผมจึงขอหยุดไว้เพียงเท่านี้ ที่เหลือท่านเอาไปคิดต่อเองแล้วกันครับ แต่ผมมีของแถมให้ท่าน 2 เว็บ ซึ่งจะช่วยให้ท่านเห็นการแปลไป – มา ระหว่างประโยค ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
เว็บที่ 1:
ผมเคยเขียนแนะนำคอลัมน์ Translate It ของหนังสือพิมพ์ Bangkok Post โดยที่นักเขียนที่เป็นนักแปลชั้นครูเอาต้นฉบับภาษาอังกฤษมาแปลเป็นภาษาไทยให้ดู น่าศึกษาครับว่าการแปลที่ดีควรจะแปลยังไง ผมเขียนไว้ที่ลิงค์นี้ครับ
[199] เรียนแปลข่าวจากนักแปลชั้นครู (แจกไฟล์)
ผมเห็นว่า เราน่าจะใช้ประโยชน์จากบทแปลของท่านผู้รู้เหล่านี้ได้ เช่น สมมุติว่า เราต้องการรู้ว่า คำว่า ร่วมมือ เขามีการเขียนเป็นภาษาอังกฤษโดยใช้คำว่าอะไรบ้าง ถ้าเราได้เห็น เราจะได้สังเกต – ศึกษา เมื่อทำบ่อย ๆ เราก็คงจะเก่งขึ้นมาบ้าง วิธีการทำอย่างนี้ครับ
1. ไปที่เว็บ Google: http://www.google.com/
2. พิมพ์ข้อความในช่อง Search โดยใช้รูปแบบนี้
ร่วมมือ “translate it” site:www.bangkokpost.com
3. Enter
4. ถ้าใน database ของคอลัมน์ Translate It มีคำนี้อยู่ เขาก็จะแสดงคำนี้ทั้งไทยและอังกฤษเทียบให้เราดู
5. ตอนหาคำว่า ร่วมมือ ในหน้าเว็บ เพื่อมิให้ท่านต้องปวดหัวต้องไล่อ่านทุกบรรทัด ให้ท่าน กด Control พร้อมกับกดแป้น keyboard ตัว F (Control+F), และพิมพ์คำว่า ร่วมมือ ลงไปในช่อง Find, คลิก Next ท่านก็จะเห็นว่า คำว่า ร่วมมือ อยู่ตรงไหน แล้วลองหาแถว ๆ นั้นดูว่า มันเทียบเคียงกับคำอะไรในภาษาอังกฤษ คือให้ท่านอ่านประโยคเต็มทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเทียบกัน
ผมขอยกเอาประโยคตัวอย่างจาก ลิงค์นี้ มาให้ท่านดู
โครงการนี้ได้ดำเนินการร่วมมือกันในระหว่างส่วนราชการท้องถิ่น ภาคเอกชน องค์การนอกภาครัฐ หรือเอ็นจีโอ และชุมชนท้องถิ่นหลายแห่ง
The project has been jointly undertaken by local government bodies, the private sector, non-governmental organizations and local communities.
"ครั้นถึงทศวรรษที่ 1930เพื่อนคนหนึ่งบอกผมว่าเป็นเรื่องตลกที่จะให้คนอื่นผลิตเสื้อเชิร์ตที่ผมเป็นคนคิดขึ้นผมคิดว่าความคิดที่จะผลิตเสื้อเชิร์ตนี้นับเป็นสิ่งดี พวกเราเลยร่วมมือกันตั้งโรงงานผลิตเสื้อเชิร์ตขึ้น" — จาก รีดเดอร์ไดเจสต์ มกราคม1970
"Then in the 1930s, a friend told me that it was ridiculous to allow other people to manufacture shirts I had invented. The Idea seemed to me a good one and we combined forces to found a shirt factory." ___ Reader's Digest, January 1970
ความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านการทหาร
MILITARY INTERNATIONAL COOPERATION
นอกจากสร้างภาพยนตร์แล้วแคมป์ได้ร่วมมือกับสมาคมเมตตาสัตว์แห่งอเมริกาและสถาบันสุขภาพสุนัขเบเยอร์เพื่อตั้งมูลนิธิ เพื่อนเบนจี้ ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือโรงเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ในการดูแลสัตว์ที่ถูกทารุณและถูกทอดทิ้งก่อนที่จะหาบ้านให้ จะมีภาพเบนจี้ในประกาศโฆษณางานบริการสาธารณะเพื่อเตือนให้ผู้คนทราบว่ายังมีสัตว์เลี้ยงดีๆ มากมายจากโรงเลี้ยงสัตว์ให้เลือกนำไปเลี้ยงได้
Besides the film, Camp has joined the American Humane Association and Bayer Animal Health to form Benji's Buddies Fund, which will help shelters treat abused and neglected animals before placing them in homes. Benji will also appear in public service announcements to remind people that good pets are available in shelters.
อีกโครงการหนึ่งดำเนินการโดยศูนย์แผ่นดินไหวแห่งแคลิฟอร์เนียตอนใต้ (หรือ SCEC) อันเป็นความร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยที่เน้นการทำวิจัย โครงการนี้จะใช้เงินทุนจำนวน 102 ล้านดอลลาร์ (๓.๙ พันล้านบาท) จัดทำมาตรฐานอย่างเข้มสำหรับการทดลองเพื่อทำนายแผ่นดินไหว
Another project by the Southern California Earthquake Centre, a consortium of research universities, will use a $102 million (3.9 billion baht) grant to set strict standards for earthquake prediction experiments.
เว็บที่ 2: http://crcl.th.net/bitext/
ใน database ของเขาเป็นเรื่องสั้น หรือส่วนของเรื่องสั้นให้ท่านศึกษาเปรียบเทียบการแปลไทยเป็นอังกฤษ ท่านสามารถคลิกเลือกแบบ 2 บรรทัดซ้าย- ขวาเทียบกัน, หรือ บน – ล่างเทียบกัน ก็ได้ นอกจากนี้ท่านยังสามารถพิมพ์คำไทยหรือคำอังกฤษลงไป เพื่อค้นหาคำนี้ที่ปรากฏอยู่ในเนื้อเรื่องภาษาไทย หรือในคำแปลภาษาอังกฤษก็ได้ เว็บนี้มีประโยชน์มากครับในการศึกษาคำแปลลักษณะที่เป็นวรรณศิลป์
ท่านทดลองสักนิดก็ได้ครับ โดยย่อขนาดของฟอนต์ให้เล็กหน่อย พิมพ์คำง่าย ๆ ลงไป เช่น คำว่า ความรัก ไม่รู้ ฯลฯ แล้วคลิก Search แล้วเปรียบเทียบการแปลระหว่างไทยกับอังกฤษ (ถ้าภาษาไทยกลายเป็นตัวยึกยืออ่านไม่ได้ ให้คลิกขวาที่หน้าจอ, คลิกซ้าย encoding, คลิกซ้าย Thai)
คำแนะนำหรือคำอธิบายที่ผมเขียนไว้ในบทความวันนี้ อาจจะไม่ชัดเจนนัก แต่ขอให้ท่านลองเล่นกับ 2 เว็บนี้สักพักหนึ่ง ก็จะรู้ได้เองว่า ท่านจะใช้ประโยชน์ในแง่ไหนจาก 2 เว็บนี้
ขอให้มีความสุขและเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้นทุก ๆ วัน ทุก ๆ ท่านนะครับ
พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com
ทุกวันนี้คุณภาพของดิกชันนารีที่มีขายในท้องตลาดดีกว่าสมัยที่ผมเป็นวัยรุ่นอย่างเทียบกันไม่ได้เลย ดิกชันนารีสมัยนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดิกชันนารี อังกฤษ – ไทย ไม่เพียงแต่แปลศัพท์เป็นคำ ๆ เท่านั้น แต่ยังพยายามบรรจุวลีและคำประสมเข้าไปด้วย ผลต่างก็คือในขณะที่คนรุ่นผมเมื่อต้องใช้วลีหรือคำประสมแปลก ๆ ก็ต้องมานั่งคิดเองว่า ภาษาอังกฤษมันคือคำว่าอะไร แต่คนรุ่นนี้ก็ไม่ต้องลำบากมากเพราะมีผู้รู้รวบรวมแปลมาจากดิกชันนารีอังกฤษ – อังกฤษเลย และก็เช่นเดียวกันดิกชันนารีอังกฤษ – อังกฤษสมัยนี้ก็ดีกว่าสมัยก่อนเยอะเพราะมีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการสร้าง database จึงทำให้ทุกอย่างดีกว่าสมัยก่อนในทุกเรื่อง
ดิกชันนารีอังกฤษ – ไทยในบ้านเรา นอกจากพัฒนาเรื่องคำศัพท์ วลี และคำประสมซึ่งแจกลูกคำอย่างมากมายทำให้สะดวกต่อการใช้อย่างยิ่งแล้ว ยังมีพัฒนาการอีกอย่างหนึ่ง คือ นักวิชาการหลายท่านได้แปลดิกชันนารีอังกฤษ – อังกฤษ เป็นดิกชันนารี อังกฤษ – อังกฤษ – ไทย ก็คือว่า ดิกชันนารีอังกฤษ – อังกฤษ ซึ่งมีตัวอย่างประโยคมากมายเป็นภาษาอังกฤษให้ไว้นั้น ประโยคเหล่านี้ยังได้รับการแปลเป็นภาษาไทยอีกต่อหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนยุคนี้จึงมีตัวช่วยมากขึ้นในการแต่งประโยค และแปลประโยคจาก อังกฤษเป็นไทย
แต่… แต่การแปลจากไทยเป็นอังกฤษ กลับพัฒนาช้ากว่ามาก
เรามาดูเฉพาะตัวอย่างในอินเตอร์เน็ตแล้วกันครับ
ข้างล่างนี้ผมได้รวบรวม ดิกชันนารี ไทย – อังกฤษ ไว้ ท่านจะสังเกตได้ว่า เมื่อท่านพิมพ์คำไทยอะไรก็ได้ลงไป 1 คำ ถ้าคำนี้สามารถแจกลูกออกเป็นคำประสมได้ เขาก็จะพยายามรวมรวมไว้ให้ท่าน ลองทดลองกับดิกชันนารี online ไทย – อังกฤษ ข้างล่างนี้ ผมขอให้ท่านทดลองพิมพ์คำว่า รัก, ใจ, บ้าน, ช่าง ฯลฯ ลงไป ท่านจะเห็นการแจกลูกป็นวลีหรือคำประสมอีกหลายคำ
http://www.tumcivil.com/dict/
http://truehits.net/dic.php
http://dict.longdo.com/
http://thai-language.com/
http://english-thai-dictionary.com/
http://wordbook.rackhub.com/appendix/a.html
http://www.nextproject.net/online/dictionary/
(เฉพาะเว็บสุดท้ายนี้ ท่านสามารถเลือก Xตรงตัว Xขึ้นต้นด้วย หรือ Xเป็นส่วนประกอบ
แต่ทำไมผมจึงบอกว่าการจัดทำดิกชันนารี ไทย – อังกฤษ พัฒนาไปช้ากว่า การทำดิกชันนารี อังกฤษ - ไทย ผมขอยกตัวอย่างแบบนี้ครับ
สมมุติว่า ท่านต้องการแต่งประโยคภาษาไทยว่า “คุณไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันดีพอ” หรือ “ประเทศต้องการนักการเมืองที่เข้าใจปัญหาของประเทศอย่างลึกซึ้ง” หรือ . “เขาไม่ได้เข้าใจบทบาทของตัวเอง จึงทำงานผิด ๆ พลาด ๆ หลายครั้ง” จาก 3 ประโยคนี้ แม้จะใช้คำว่า “เข้าใจ” เหมือนกัน แต่คำในภาษาอังกฤษที่มีความหมายในทำนองว่า “เข้าใจ” ก็มีหลายคำ เช่น understand, absorb, accept, appreciate, apprehend, catch, compass, comprehend, conceive, conjecture, decode, deduce, dig, digest, discern, encompass, fathom, follow, gather, get, grasp, infer, interpret, ken, know, learn, penetrate, perceive, realize, reason, recognize, see, sense, solve, surmise, sympathize, think แล้วเราจะใช้คำไหนล่ะครับที่เหมาะสมที่สุดในการแปลจากประโยคภาษาไทยหนึ่ง ๆ เป็นประโยคในภาษาอังกฤษ
ผมไปเดินดูที่ชั้นดิกชันนารีในร้านหนังสือ ก็ได้เห็นว่า นอกจากดิกชันนารี ไทย – อังกฤษ ฉบับห้องสมุด ( 1 ชุดมี 2 เล่ม) ของอาจารย์สอ เสถบุตรแล้ว ก็ไม่มีเล่มไหนอีกเลยที่ให้ตัวอย่างแสดงการใช้คำไทยคำหนึ่ง ๆ ในเนื้อหาประโยคภาษาไทยหลาย ๆลักษณะ เมื่อไม่มีตัวอย่างเช่นนี้ให้เราศึกษาเยอะๆ ผลที่เกิดขึ้นก็คือ เรารู้สึกง่ายที่จะแปลประโยคภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย แต่กลับไม่ง่ายที่จะแปลจากประโยคภาษาไทยเป็นประโยคภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจหรือพอใจ ยกเว้นก็เฉพาะคนที่เชี่ยวชาญจริง ๆ เท่านั้น
เรื่องที่ผมบ่นมาทั้งหมดนี้ ยิ่งพูดมากก็ยิ่งมากเรื่อง ผมจึงขอหยุดไว้เพียงเท่านี้ ที่เหลือท่านเอาไปคิดต่อเองแล้วกันครับ แต่ผมมีของแถมให้ท่าน 2 เว็บ ซึ่งจะช่วยให้ท่านเห็นการแปลไป – มา ระหว่างประโยค ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
เว็บที่ 1:
ผมเคยเขียนแนะนำคอลัมน์ Translate It ของหนังสือพิมพ์ Bangkok Post โดยที่นักเขียนที่เป็นนักแปลชั้นครูเอาต้นฉบับภาษาอังกฤษมาแปลเป็นภาษาไทยให้ดู น่าศึกษาครับว่าการแปลที่ดีควรจะแปลยังไง ผมเขียนไว้ที่ลิงค์นี้ครับ
[199] เรียนแปลข่าวจากนักแปลชั้นครู (แจกไฟล์)
ผมเห็นว่า เราน่าจะใช้ประโยชน์จากบทแปลของท่านผู้รู้เหล่านี้ได้ เช่น สมมุติว่า เราต้องการรู้ว่า คำว่า ร่วมมือ เขามีการเขียนเป็นภาษาอังกฤษโดยใช้คำว่าอะไรบ้าง ถ้าเราได้เห็น เราจะได้สังเกต – ศึกษา เมื่อทำบ่อย ๆ เราก็คงจะเก่งขึ้นมาบ้าง วิธีการทำอย่างนี้ครับ
1. ไปที่เว็บ Google: http://www.google.com/
2. พิมพ์ข้อความในช่อง Search โดยใช้รูปแบบนี้
ร่วมมือ “translate it” site:www.bangkokpost.com
3. Enter
4. ถ้าใน database ของคอลัมน์ Translate It มีคำนี้อยู่ เขาก็จะแสดงคำนี้ทั้งไทยและอังกฤษเทียบให้เราดู
5. ตอนหาคำว่า ร่วมมือ ในหน้าเว็บ เพื่อมิให้ท่านต้องปวดหัวต้องไล่อ่านทุกบรรทัด ให้ท่าน กด Control พร้อมกับกดแป้น keyboard ตัว F (Control+F), และพิมพ์คำว่า ร่วมมือ ลงไปในช่อง Find, คลิก Next ท่านก็จะเห็นว่า คำว่า ร่วมมือ อยู่ตรงไหน แล้วลองหาแถว ๆ นั้นดูว่า มันเทียบเคียงกับคำอะไรในภาษาอังกฤษ คือให้ท่านอ่านประโยคเต็มทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเทียบกัน
ผมขอยกเอาประโยคตัวอย่างจาก ลิงค์นี้ มาให้ท่านดู
โครงการนี้ได้ดำเนินการร่วมมือกันในระหว่างส่วนราชการท้องถิ่น ภาคเอกชน องค์การนอกภาครัฐ หรือเอ็นจีโอ และชุมชนท้องถิ่นหลายแห่ง
The project has been jointly undertaken by local government bodies, the private sector, non-governmental organizations and local communities.
"ครั้นถึงทศวรรษที่ 1930เพื่อนคนหนึ่งบอกผมว่าเป็นเรื่องตลกที่จะให้คนอื่นผลิตเสื้อเชิร์ตที่ผมเป็นคนคิดขึ้นผมคิดว่าความคิดที่จะผลิตเสื้อเชิร์ตนี้นับเป็นสิ่งดี พวกเราเลยร่วมมือกันตั้งโรงงานผลิตเสื้อเชิร์ตขึ้น" — จาก รีดเดอร์ไดเจสต์ มกราคม1970
"Then in the 1930s, a friend told me that it was ridiculous to allow other people to manufacture shirts I had invented. The Idea seemed to me a good one and we combined forces to found a shirt factory." ___ Reader's Digest, January 1970
ความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านการทหาร
MILITARY INTERNATIONAL COOPERATION
นอกจากสร้างภาพยนตร์แล้วแคมป์ได้ร่วมมือกับสมาคมเมตตาสัตว์แห่งอเมริกาและสถาบันสุขภาพสุนัขเบเยอร์เพื่อตั้งมูลนิธิ เพื่อนเบนจี้ ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือโรงเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ในการดูแลสัตว์ที่ถูกทารุณและถูกทอดทิ้งก่อนที่จะหาบ้านให้ จะมีภาพเบนจี้ในประกาศโฆษณางานบริการสาธารณะเพื่อเตือนให้ผู้คนทราบว่ายังมีสัตว์เลี้ยงดีๆ มากมายจากโรงเลี้ยงสัตว์ให้เลือกนำไปเลี้ยงได้
Besides the film, Camp has joined the American Humane Association and Bayer Animal Health to form Benji's Buddies Fund, which will help shelters treat abused and neglected animals before placing them in homes. Benji will also appear in public service announcements to remind people that good pets are available in shelters.
อีกโครงการหนึ่งดำเนินการโดยศูนย์แผ่นดินไหวแห่งแคลิฟอร์เนียตอนใต้ (หรือ SCEC) อันเป็นความร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยที่เน้นการทำวิจัย โครงการนี้จะใช้เงินทุนจำนวน 102 ล้านดอลลาร์ (๓.๙ พันล้านบาท) จัดทำมาตรฐานอย่างเข้มสำหรับการทดลองเพื่อทำนายแผ่นดินไหว
Another project by the Southern California Earthquake Centre, a consortium of research universities, will use a $102 million (3.9 billion baht) grant to set strict standards for earthquake prediction experiments.
เว็บที่ 2: http://crcl.th.net/bitext/
ใน database ของเขาเป็นเรื่องสั้น หรือส่วนของเรื่องสั้นให้ท่านศึกษาเปรียบเทียบการแปลไทยเป็นอังกฤษ ท่านสามารถคลิกเลือกแบบ 2 บรรทัดซ้าย- ขวาเทียบกัน, หรือ บน – ล่างเทียบกัน ก็ได้ นอกจากนี้ท่านยังสามารถพิมพ์คำไทยหรือคำอังกฤษลงไป เพื่อค้นหาคำนี้ที่ปรากฏอยู่ในเนื้อเรื่องภาษาไทย หรือในคำแปลภาษาอังกฤษก็ได้ เว็บนี้มีประโยชน์มากครับในการศึกษาคำแปลลักษณะที่เป็นวรรณศิลป์
ท่านทดลองสักนิดก็ได้ครับ โดยย่อขนาดของฟอนต์ให้เล็กหน่อย พิมพ์คำง่าย ๆ ลงไป เช่น คำว่า ความรัก ไม่รู้ ฯลฯ แล้วคลิก Search แล้วเปรียบเทียบการแปลระหว่างไทยกับอังกฤษ (ถ้าภาษาไทยกลายเป็นตัวยึกยืออ่านไม่ได้ ให้คลิกขวาที่หน้าจอ, คลิกซ้าย encoding, คลิกซ้าย Thai)
คำแนะนำหรือคำอธิบายที่ผมเขียนไว้ในบทความวันนี้ อาจจะไม่ชัดเจนนัก แต่ขอให้ท่านลองเล่นกับ 2 เว็บนี้สักพักหนึ่ง ก็จะรู้ได้เองว่า ท่านจะใช้ประโยชน์ในแง่ไหนจาก 2 เว็บนี้
ขอให้มีความสุขและเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้นทุก ๆ วัน ทุก ๆ ท่านนะครับ
พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com
วันอังคาร, กันยายน 9, 2008
[361] ดาวน์โหลดหนังสืออ่านนอกเวลาภ.อังกฤษ 48 เล่ม
สวัสดีครับ
ไม่ทราบว่ามีผู้อ่านท่านใดเป็นอย่างผมบ้าง สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยม ในวิชาภาษาอังกฤษเขาจะมีหนังสืออ่านนอกเวลาที่เรียกว่า outside reading ซึ่งครูเอามาสอนในเวลาเรียน
ผมยังจำได้ดีถึงความรู้สึกสมัยนั้นที่มีต่อหนังสือพวกนี้ ไม่มีเล่มไหนเลยที่อ่านเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง โดยมากมักจะเข้าใจเนื้อเรื่องแต่เพียงคร่าว ๆ และแม้ไม่ได้เกลียดหนังสือพวกนี้ แต่จะใช้คำว่ารักก็คงพูดไม่ได้เต็มปากนัก จะมียกเว้นจริง ๆ ก็เพียง 2 – 3 เรื่องมั้ง
หนังสือนอกเวลาพวกนี้ เขาคัดเอาเรื่องดี ๆ เด่น ๆ ดัง ๆ มาย่อและเขียนให้ง่ายขึ้น และแบ่งออกเป็น Level หลาย ๆ Level ซึ่งขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการใช้ศัพท์และโครงสร้างประโยค
ทุกวันนี้บางครั้งบางคราวที่ผมผ่านสวนจตุจักรวันเสาร์อาทิตย์ และไปที่ร้านหนังสือเก่า ที่ขายหนังสือพวกนี้ เมื่อหยิบขึ้นมาอ่านดูผมแปลกใจตัวเองที่ความรู้สึกมันแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเล่มที่ผมได้อ่านฉบับเต็มแล้ว ผมมองเห็นความพิถีพิถันของคนที่เอาฉบับเต็มมาย่อ (abridge) หรือทำให้ง่าย (simplify) เพื่อให้เด็ก ๆ ได้อ่าน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะย่นย่อเนื้อหาที่ซับซ้อนให้เหลือเป็นเล่มเล็กลง โดยยังคงรสชาติและความสนุกสนานของเนื้อเรื่องไว้ และต้องเขียนโดยใช้แวดวงศัพท์ที่จำกัดและโครงสร้างประโยคที่เรียบง่าย
เมื่ออ่านไปอ่านมาหลาย ๆ เที่ยวในช่วงวัยที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วเช่นทุกวันนี้ จึงได้เห็นความจริงว่า หนังสือพวกนี้ถ้าเด็กหรือวัยรุ่นไทยสนใจที่จะอ่านจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างยิ่ง เช่น จะปลูกฝังนิสับรักการอ่าน จะช่วยให้เขาคุ้นเคยกับศัพท์สำนวนและโครงสร้างประโยคที่ง่าย ๆ แต่ก็เป็นธรรมชาติ
ผมเคยอ่านบทความหลายปีมาแล้วพบว่ามีหลายองค์กรที่รณรงค์ให้ใช้ภาษาอังกฤษที่สื่อความได้ครบถ้วนได้ถ้อยกระทงความ โดยใช้ภาษาอังกฤษที่เรียกว่า plain English เมื่อศึกษาเพิ่มเติมจึงได้เห็นว่าการเขียนภาษาอังกฤษให้มัน plain แต่สื่อความได้ครบถ้วนไม่ใช่ของง่ายนัก พูดง่าย ๆ ก็คือ เขียนให้อ่านง่ายนั้นทำได้ยาก แต่เขียนให้อ่านยากนั้นทำได้ง่าย และมีตัวอย่างมากมายที่แสดงให้เห็นว่า นักธุรกิจ นักการเมือง นักขาย นักบริหาร ฯลฯ จำนวนมากที่ประสบความสำเร็จในชีวิตและงานอาชีพ ล้วนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการสื่อความที่ยากโดยใช้ภาษาที่ง่าย ๆ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ถ้าไม่ฝึก
ผมมาได้เห็นชัดตอนนี้ว่า หนังสือนอกเวลาภาษาอังกฤษที่เขาให้เราอ่านสมัยเป็นเด็กมัธยมนั่นแหละเขียนโดยคนที่มีความสามารถในการใช้ plain English ซึ่งถ้าเราอ่านมันไปเรื่อย ๆ ซึมซับกับมัน ชอบมัน เรียนรู้จากมัน เราก็จะพลอยได้เห็นการใช้ภาษาอังกฤษแบบง่าย ๆที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งก็จะกลายเป็น “คุณ” และ “สมบัติ” หรือ “คุณสมบัติ” ติดตัวเราไปในอนาคต
ผมจึงขอแนะนำว่า ถ้าท่านผ่านไปที่ร้านหนังสือเก่าแถวสวนจตุจักรวันเสาร์อาทิตย์ ลองซื้อหนังสือพวกนี้มาอ่านดูอีกครั้งเถอะครับ ราคาถูกมากเล่มละไม่กี่บาท หนังสือประเภท fiction พวกนี้มีทั้งบทสนทนาและบทบรรยาย และในชีวิตจริงของคนเราก็พูดอยู่ 2 อย่างเท่านี้แหละครับ ถ้าไม่พูดคุย(สนทนา) ก็พูดบอกเล่า(บรรยาย) การอ่านหนังสือพวกนี้ก็จะเป็นการปูพื้นฐานที่แข็งแรงที่จะทำให้เราเป็นคนที่สามารถพูดได้ดังใจไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยหรือพูดบอกเล่า
เอาละครับ ขอวกเข้าเรื่องที่จะพูดในวันนี้ คือผมไปพบลิงค์นี้
http://www.4shared.com/dir/8723131/76aa1b0/Penguin_Readers.html
เขามีหนังสือ fiction หรือ story ที่เขียนด้วยภาษาง่าย ๆ ที่เรากำลังพูดกันอยู่นี้ 48เล่มให้ดาวน์โหลดฟรี ผมเองได้ดาวน์โหลดไว้ครบถ้วนแล้วทุกเล่ม ท่านสามารถดาวน์โหลดต่อได้ตามชอบใจ หนังสือเหล่านี้พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Penguin Readers ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เขาแบ่งความยากของหนังสือตามจำนวนคำศัพท์ที่ใช้ดังนี้
Level: 0 Easystarts จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 200 คำ
Level: 1 Beginner จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 300 คำ
Level: 2 Elementary จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 600 คำ
Level: 3 Pre-Intermediate จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 1,200 คำ
Level:4 Intermediate จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 1,700 คำ
Level:5 Upper Intermediate จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 2,300 คำ
Level:6 Advanced จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 3,000 คำ
เชิญท่านดาวน์โหลดไปอ่านได้ตามใจชอบ และขอให้ได้รับความสำราญและเก่งอังกฤษมากขึ้นทุกคืนทุกวันนะครับ
(คลิกขวาที่ชื่อหนังสือ, คลิกซ้าย Save Target As…)
Level 0
April_in_Moscow
Carnival
Newspaper_Chase
Level 1
Girl_Meets_Boy
Brown_Eyes
Prince_William
The_Adventures_of_Tom_Sawyer
The_Gift_of_the_Magi
Level 2
Black_Beauty
King_Arthur_&_the_Knights_of_the_Round_Table
London
Moby_Dick
Mr.Bean_in_town
Robin_Hood
The_Mummy_Returns
The_Wave
Treasure_Island
Level 3
A_History_of_Britain
Dr_Jekyll_and_Mr_Hyde
Forrest_Gump
Hamlet
How_to_be_an_alien
Manchester_United
More_Heroic_Failures
New_York
Sense_and_sensebility
Stargate
The_Locked_Room
The_Red_Badge_of_Courage
Level 4
As_Time_Goes_By
Crime_Story
Gladiator
Primary_Colors
Shakespeare - His_Life_and_Plays
Strangers_on_a_Train
The_Godfather
The_Time_Machine
Three_Great_Playes_of_Shakespeare
Level 5
Airport
More_Tales_from_Shakespeare
Prime_Suspect
Sons_and_Lovers
The_Body
The_Firm
The_Pelican_Brief
The_War_of_the_Worlds
Level 6
Misery
พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com
ไม่ทราบว่ามีผู้อ่านท่านใดเป็นอย่างผมบ้าง สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยม ในวิชาภาษาอังกฤษเขาจะมีหนังสืออ่านนอกเวลาที่เรียกว่า outside reading ซึ่งครูเอามาสอนในเวลาเรียน
ผมยังจำได้ดีถึงความรู้สึกสมัยนั้นที่มีต่อหนังสือพวกนี้ ไม่มีเล่มไหนเลยที่อ่านเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง โดยมากมักจะเข้าใจเนื้อเรื่องแต่เพียงคร่าว ๆ และแม้ไม่ได้เกลียดหนังสือพวกนี้ แต่จะใช้คำว่ารักก็คงพูดไม่ได้เต็มปากนัก จะมียกเว้นจริง ๆ ก็เพียง 2 – 3 เรื่องมั้ง
หนังสือนอกเวลาพวกนี้ เขาคัดเอาเรื่องดี ๆ เด่น ๆ ดัง ๆ มาย่อและเขียนให้ง่ายขึ้น และแบ่งออกเป็น Level หลาย ๆ Level ซึ่งขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการใช้ศัพท์และโครงสร้างประโยค
ทุกวันนี้บางครั้งบางคราวที่ผมผ่านสวนจตุจักรวันเสาร์อาทิตย์ และไปที่ร้านหนังสือเก่า ที่ขายหนังสือพวกนี้ เมื่อหยิบขึ้นมาอ่านดูผมแปลกใจตัวเองที่ความรู้สึกมันแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเล่มที่ผมได้อ่านฉบับเต็มแล้ว ผมมองเห็นความพิถีพิถันของคนที่เอาฉบับเต็มมาย่อ (abridge) หรือทำให้ง่าย (simplify) เพื่อให้เด็ก ๆ ได้อ่าน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะย่นย่อเนื้อหาที่ซับซ้อนให้เหลือเป็นเล่มเล็กลง โดยยังคงรสชาติและความสนุกสนานของเนื้อเรื่องไว้ และต้องเขียนโดยใช้แวดวงศัพท์ที่จำกัดและโครงสร้างประโยคที่เรียบง่าย
เมื่ออ่านไปอ่านมาหลาย ๆ เที่ยวในช่วงวัยที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วเช่นทุกวันนี้ จึงได้เห็นความจริงว่า หนังสือพวกนี้ถ้าเด็กหรือวัยรุ่นไทยสนใจที่จะอ่านจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างยิ่ง เช่น จะปลูกฝังนิสับรักการอ่าน จะช่วยให้เขาคุ้นเคยกับศัพท์สำนวนและโครงสร้างประโยคที่ง่าย ๆ แต่ก็เป็นธรรมชาติ
ผมเคยอ่านบทความหลายปีมาแล้วพบว่ามีหลายองค์กรที่รณรงค์ให้ใช้ภาษาอังกฤษที่สื่อความได้ครบถ้วนได้ถ้อยกระทงความ โดยใช้ภาษาอังกฤษที่เรียกว่า plain English เมื่อศึกษาเพิ่มเติมจึงได้เห็นว่าการเขียนภาษาอังกฤษให้มัน plain แต่สื่อความได้ครบถ้วนไม่ใช่ของง่ายนัก พูดง่าย ๆ ก็คือ เขียนให้อ่านง่ายนั้นทำได้ยาก แต่เขียนให้อ่านยากนั้นทำได้ง่าย และมีตัวอย่างมากมายที่แสดงให้เห็นว่า นักธุรกิจ นักการเมือง นักขาย นักบริหาร ฯลฯ จำนวนมากที่ประสบความสำเร็จในชีวิตและงานอาชีพ ล้วนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการสื่อความที่ยากโดยใช้ภาษาที่ง่าย ๆ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ถ้าไม่ฝึก
ผมมาได้เห็นชัดตอนนี้ว่า หนังสือนอกเวลาภาษาอังกฤษที่เขาให้เราอ่านสมัยเป็นเด็กมัธยมนั่นแหละเขียนโดยคนที่มีความสามารถในการใช้ plain English ซึ่งถ้าเราอ่านมันไปเรื่อย ๆ ซึมซับกับมัน ชอบมัน เรียนรู้จากมัน เราก็จะพลอยได้เห็นการใช้ภาษาอังกฤษแบบง่าย ๆที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งก็จะกลายเป็น “คุณ” และ “สมบัติ” หรือ “คุณสมบัติ” ติดตัวเราไปในอนาคต
ผมจึงขอแนะนำว่า ถ้าท่านผ่านไปที่ร้านหนังสือเก่าแถวสวนจตุจักรวันเสาร์อาทิตย์ ลองซื้อหนังสือพวกนี้มาอ่านดูอีกครั้งเถอะครับ ราคาถูกมากเล่มละไม่กี่บาท หนังสือประเภท fiction พวกนี้มีทั้งบทสนทนาและบทบรรยาย และในชีวิตจริงของคนเราก็พูดอยู่ 2 อย่างเท่านี้แหละครับ ถ้าไม่พูดคุย(สนทนา) ก็พูดบอกเล่า(บรรยาย) การอ่านหนังสือพวกนี้ก็จะเป็นการปูพื้นฐานที่แข็งแรงที่จะทำให้เราเป็นคนที่สามารถพูดได้ดังใจไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยหรือพูดบอกเล่า
เอาละครับ ขอวกเข้าเรื่องที่จะพูดในวันนี้ คือผมไปพบลิงค์นี้
http://www.4shared.com/dir/8723131/76aa1b0/Penguin_Readers.html
เขามีหนังสือ fiction หรือ story ที่เขียนด้วยภาษาง่าย ๆ ที่เรากำลังพูดกันอยู่นี้ 48เล่มให้ดาวน์โหลดฟรี ผมเองได้ดาวน์โหลดไว้ครบถ้วนแล้วทุกเล่ม ท่านสามารถดาวน์โหลดต่อได้ตามชอบใจ หนังสือเหล่านี้พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Penguin Readers ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เขาแบ่งความยากของหนังสือตามจำนวนคำศัพท์ที่ใช้ดังนี้
Level: 0 Easystarts จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 200 คำ
Level: 1 Beginner จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 300 คำ
Level: 2 Elementary จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 600 คำ
Level: 3 Pre-Intermediate จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 1,200 คำ
Level:4 Intermediate จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 1,700 คำ
Level:5 Upper Intermediate จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 2,300 คำ
Level:6 Advanced จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ 3,000 คำ
เชิญท่านดาวน์โหลดไปอ่านได้ตามใจชอบ และขอให้ได้รับความสำราญและเก่งอังกฤษมากขึ้นทุกคืนทุกวันนะครับ
(คลิกขวาที่ชื่อหนังสือ, คลิกซ้าย Save Target As…)
Level 0
April_in_Moscow
Carnival
Newspaper_Chase
Level 1
Girl_Meets_Boy
Brown_Eyes
Prince_William
The_Adventures_of_Tom_Sawyer
The_Gift_of_the_Magi
Level 2
Black_Beauty
King_Arthur_&_the_Knights_of_the_Round_Table
London
Moby_Dick
Mr.Bean_in_town
Robin_Hood
The_Mummy_Returns
The_Wave
Treasure_Island
Level 3
A_History_of_Britain
Dr_Jekyll_and_Mr_Hyde
Forrest_Gump
Hamlet
How_to_be_an_alien
Manchester_United
More_Heroic_Failures
New_York
Sense_and_sensebility
Stargate
The_Locked_Room
The_Red_Badge_of_Courage
Level 4
As_Time_Goes_By
Crime_Story
Gladiator
Primary_Colors
Shakespeare - His_Life_and_Plays
Strangers_on_a_Train
The_Godfather
The_Time_Machine
Three_Great_Playes_of_Shakespeare
Level 5
Airport
More_Tales_from_Shakespeare
Prime_Suspect
Sons_and_Lovers
The_Body
The_Firm
The_Pelican_Brief
The_War_of_the_Worlds
Level 6
Misery
พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com
วันจันทร์, กันยายน 8, 2008
[360] เว็บเรียนภาษาอังกฤษง่าย ๆ มีบ้างไหม?
สวัสดีครับ
นี่เป็นอีก 1 คำถามที่ผมถูกถามบ่อย คือ เว็บเรียนภาษาอังกฤษง่าย ๆ มีบ้างไหม? คำถามนี้ตอบยากจริง ๆ ต้องง่ายขนาดไหนล่ะถึงจะเรียกว่า ‘ง่าย’ บางคนอธิบายมาเสร็จสรรพว่าเอาเริ่มตั้งแต่ a, b, c, d.. เลย เหมือนกับว่าตัวเองไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษมาเลยในชีวิตยังงั้นแหละ โอ้ย ! เอาง่ายขนาดนั้นมันจะเกินไปหน่อยละมั้งแม่คุณ(พ่อคุณ)
อาจจะเป็นเพราะเริ่มแก่แล้ว ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงบทละครเรื่อง ท้าวแสนปม พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว มีตอนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ” ถ้าเป็นสำนวนนิยายจีนกำลังภายในของโกวเล้งก็ต้องบอกว่า “ไม่เข้าถ้ำเสือหรือจะได้ลูกเสือ” จะเก่งภาษาอังกฤษก็คงจะคล้าย ๆ กันนั่นแหละครับ ต้องอดทนบ้าง หรือต้องอดทนมาก แต่จะสำเร็จโดยไม่อดทนซะเลยคงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ
เมื่อคิดถึงคำถามของท่าน ผมก็พยายามคิดถึงเว็บง่าย ๆ คือเว็บอ่านกับเว็บฟัง เอา 2 เรื่องนี่ก่อน ส่วนเรื่องพูดและเขียนค่อยว่ากันอีกที
1. เว็บอ่าน
เว็บอ่านที่ผมเห็นว่าน่าจะใช้ฝึก ก็คือเว็บของนิตยสาร Student Weekly ที่ง่ายไม่ใช้เพียงเพราะเขาเขียนง่าย ๆ และใช้ศัพท์ง่าย ๆ แต่เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของบ้านเรา เราจึงอ่านแล้วรู้สึกคุ้นเคย เมื่อถึงเวลาต้องเดาก็เดาได้ไม่ยาก
-Student Weekly ฉบับล่าสุด
http://www.student-weekly.com/thisweek/index.html
-Student Weekly ฉบับก่อน ๆ เขามีให้อ่านตั้งแต่ฉบับ February 4, 2008 เป็นต้นมา
http://www.student-weekly.com/backissue.html
ถ้าท่านใดรู้สึกว่า Student Weekly ก็ยังยากอยู่ ก็ให้นึกถึงคำพูดของรัชการที่ 6 และโกวเล้งที่ผมยกมาข้างบนแล้วกันครับ
2. เว็บฟัง
เว็บฟังที่ง่าย ๆ มีหลายเว็บทีเดียวครับ ผมรวบรวมไว้ที่ ลิงค์นี้
ถ้าท่านรู้สึกขี้เกียจก็ฝืนใจเอาหน่อยเถอะครับ เพราะว่าสิ่งที่เราอยากได้นี้มันไม่ได้ตกหล่นอยู่บนพื้นดิน แต่มันอยู่ข้างบนให้เราต้องปีนขึ้นไปเอา ค่อย ๆ ปีนไม่ต้องหักโหม เดี๋ยวก็ปีนถึงเองแหละครับ
พิพัฒน์
pptstm@yahoo.com
นี่เป็นอีก 1 คำถามที่ผมถูกถามบ่อย คือ เว็บเรียนภาษาอังกฤษง่าย ๆ มีบ้างไหม? คำถามนี้ตอบยากจริง ๆ ต้องง่ายขนาดไหนล่ะถึงจะเรียกว่า ‘ง่าย’ บางคนอธิบายมาเสร็จสรรพว่าเอาเริ่มตั้งแต่ a, b, c, d.. เลย เหมือนกับว่าตัวเองไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษมาเลยในชีวิตยังงั้นแหละ โอ้ย ! เอาง่ายขนาดนั้นมันจะเกินไปหน่อยละมั้งแม่คุณ(พ่อคุณ)
อาจจะเป็นเพราะเริ่มแก่แล้ว ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงบทละครเรื่อง ท้าวแสนปม พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว มีตอนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ” ถ้าเป็นสำนวนนิยายจีนกำลังภายในของโกวเล้งก็ต้องบอกว่า “ไม่เข้าถ้ำเสือหรือจะได้ลูกเสือ” จะเก่งภาษาอังกฤษก็คงจะคล้าย ๆ กันนั่นแหละครับ ต้องอดทนบ้าง หรือต้องอดทนมาก แต่จะสำเร็จโดยไม่อดทนซะเลยคงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ
เมื่อคิดถึงคำถามของท่าน ผมก็พยายามคิดถึงเว็บง่าย ๆ คือเว็บอ่านกับเว็บฟัง เอา 2 เรื่องนี่ก่อน ส่วนเรื่องพูดและเขียนค่อยว่ากันอีกที
1. เว็บอ่าน
เว็บอ่านที่ผมเห็นว่าน่าจะใช้ฝึก ก็คือเว็บของนิตยสาร Student Weekly ที่ง่ายไม่ใช้เพียงเพราะเขาเขียนง่าย ๆ และใช้ศัพท์ง่าย ๆ แต่เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของบ้านเรา เราจึงอ่านแล้วรู้สึกคุ้นเคย เมื่อถึงเวลาต้องเดาก็เดาได้ไม่ยาก
-Student Weekly ฉบับล่าสุด
http://www.student-weekly.com/thisweek/index.html
-Student Weekly ฉบับก่อน ๆ เขามีให้อ่านตั้งแต่ฉบับ February 4, 2008 เป็นต้นมา
http://www.student-weekly.com/backissue.html
ถ้าท่านใดรู้สึกว่า Student Weekly ก็ยังยากอยู่ ก็ให้นึกถึงคำพูดของรัชการที่ 6 และโกวเล้งที่ผมยกมาข้างบนแล้วกันครับ
2. เว็บฟัง
เว็บฟังที่ง่าย ๆ มีหลายเว็บทีเดียวครับ ผมรวบรวมไว้ที่ ลิงค์นี้
ถ้าท่านรู้สึกขี้เกียจก็ฝืนใจเอาหน่อยเถอะครับ เพราะว่าสิ่งที่เราอยากได้นี้มันไม่ได้ตกหล่นอยู่บนพื้นดิน แต่มันอยู่ข้างบนให้เราต้องปีนขึ้นไปเอา ค่อย ๆ ปีนไม่ต้องหักโหม เดี๋ยวก็ปีนถึงเองแหละครับ
พิพัฒน์
pptstm@yahoo.com
วันอาทิตย์, กันยายน 7, 2008
[359] แนะนำ bangkokpundit.blogspot.com
สวัสดีครับ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คอลัมน์ database ของหนังสือพิมพ์ Bangkok Post เขาแนะนำ blog หนึ่งในหัวข้อ INTERNET SITE OF THE WEEK คือ http://bangkokpundit.blogspot.com/
Blog นี้เขานำเอาข่าวและบทความในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post และ The Nation และหนังสือพิมพ์นานาชาติฉบับ/เว็บอื่น ๆ มาลงใน Blog และก็เขียนวิจารณ์ต่อท้าย เจ้าของ Blog บอกว่าจะพยายามจำกัดเนื้อหาของ Blog ให้อยู่ในขอบเขตของการเมืองไทยและเหตุการณ์ในภาคใต้เท่านั้น
ผมลองอ่าน Blog นี้ดูและก็เห็นว่าน่าสนใจ คำว่า “น่าสนใจ” มิได้แปลว่า “เห็นด้วย” หรือ “เห็นแย้ง” กับคนเขียน Blog แต่น่าสนใจก็เพราะว่า เราได้อ่านข่าวและความเห็นเกี่ยวกับการเมืองของไทยเราที่ไปลงตีพิมพ์ในสื่อต่าง ๆ ทั่วโลก ประเด็นที่คนต่าง ๆ รวมทั้งคนเขียน Blog ซึ่งใช้นามปากกาว่า Bangkok Pundit หรือ BP วิจารณ์เรื่องราวการเมืองบ้านเรา ช่วยทำให้เราตั้งคำถามตอบตัวเองได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าเราจะมีจุดยืนทางการเมืองเป็นอย่างรก็ตาม ผมก็เลยอยากจะเชิญชวนให้ทุกท่านเข้าไปอ่านข้อควมใน http://bangkokpundit.blogspot.com/ นี้ ซึ่งมีการ update บ่อยและทันกับเหตุการณ์มาก
ศึกษาเพิ่มเติม:
[26] อ่าน “ภาพข่าว”
The Nation: http://blog.nationmultimedia.com/
Bangkok Post: http://www.bangkokpost.com/blogs/
พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คอลัมน์ database ของหนังสือพิมพ์ Bangkok Post เขาแนะนำ blog หนึ่งในหัวข้อ INTERNET SITE OF THE WEEK คือ http://bangkokpundit.blogspot.com/
Blog นี้เขานำเอาข่าวและบทความในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post และ The Nation และหนังสือพิมพ์นานาชาติฉบับ/เว็บอื่น ๆ มาลงใน Blog และก็เขียนวิจารณ์ต่อท้าย เจ้าของ Blog บอกว่าจะพยายามจำกัดเนื้อหาของ Blog ให้อยู่ในขอบเขตของการเมืองไทยและเหตุการณ์ในภาคใต้เท่านั้น
ผมลองอ่าน Blog นี้ดูและก็เห็นว่าน่าสนใจ คำว่า “น่าสนใจ” มิได้แปลว่า “เห็นด้วย” หรือ “เห็นแย้ง” กับคนเขียน Blog แต่น่าสนใจก็เพราะว่า เราได้อ่านข่าวและความเห็นเกี่ยวกับการเมืองของไทยเราที่ไปลงตีพิมพ์ในสื่อต่าง ๆ ทั่วโลก ประเด็นที่คนต่าง ๆ รวมทั้งคนเขียน Blog ซึ่งใช้นามปากกาว่า Bangkok Pundit หรือ BP วิจารณ์เรื่องราวการเมืองบ้านเรา ช่วยทำให้เราตั้งคำถามตอบตัวเองได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าเราจะมีจุดยืนทางการเมืองเป็นอย่างรก็ตาม ผมก็เลยอยากจะเชิญชวนให้ทุกท่านเข้าไปอ่านข้อควมใน http://bangkokpundit.blogspot.com/ นี้ ซึ่งมีการ update บ่อยและทันกับเหตุการณ์มาก
ศึกษาเพิ่มเติม:
[26] อ่าน “ภาพข่าว”
The Nation: http://blog.nationmultimedia.com/
Bangkok Post: http://www.bangkokpost.com/blogs/
พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
