วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

[195] ดาวน์โหลดไฟล์ mp3 'Words & Their Stories'

สวัสดีครับ
ก่อนจะเข้าเรื่องผมขอคุยอะไรนิดหน่อยก่อนนะครับ

ผมเริ่มทำ Blog นี้มาตั้งแต่เดือนธันวามคม ปี 2549 สาหตุที่ทำก็เพราะผมเห็นว่าการรู้ภาษาอังกฤษเป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการฟัง พูด อ่าน หรือเขียน ภาษาอังกฤษช่วยเราในการทำงานหาเลี้ยงชีพ ช่วยในการแสวงหาความรู้ ช่วยให้ได้รับความเพลิดเพลิน ช่วยในการผูกมิตร ช่วยให้รู้จักโลกกว้างไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวจริง ๆ หรือผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ และช่วยอะไรต่ออะไรอีกมากมาย

แต่ความจริงที่ปรากฏอยู่ก็คือ ในการศึกษาภาษาอังกฤษคนเรา ‘ไม่เท่ากัน’ หรือ ‘ไม่เหมือนกัน’ เช่น ชอบหรือเกลียดภาษาอังกฤษไม่เท่ากัน, แข็งแรงหรืออ่อนแอเรื่องภาษาอังกฤษไม่เท่ากัน, มีโอกาสในการใช้งานภาษาอังกฤษไม่เท่ากัน, มีเงินหรือเวลาไม่เท่ากันที่จะใช้ศึกษาภาษาอังกฤษ ฯลฯ แต่แม้ว่าอะไรต่ออะไรจะไม่เท่ากัน ถ้าแต่ละคนรู้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอ่านออก-เขียนได้ หรือฟังออก-พูดได้ ภาษาอังกฤษก็จะช่วยเติมสิ่งดี ๆ ให้แก่ชีวิต ไม่มากก็น้อย

ด้วยเหตุนี้ผมจึงทำ Blog นี้ขึ้นมาเพื่อช่วยให้ท่านที่ต้องการศึกษาได้มีอีกทางเลือกหนึ่งในการศึกษาภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

ข้อเขียนหรือบทเรียนใน Blog นี้แทบทั้งหมดผมอามาจากที่อื่น ผมตั้งใจให้มันมากทั้งปริมาณ – คุณภาพ – และความหลากหลาย เพราะทราบว่าความต้องการของผู้เรียนไม่เหมือนกัน เมื่อท่านเข้ามาใน Blog นี้ผมจึงอยากให้ท่านมีอะไรติดมือกลับไปอย่างน้อย 1 ชิ้นก่อนออกจาก Blog นี้ และทั้งหมดนี้ก็ต้องขอบคุณเจ้าของเว็บที่เป็นแหล่งข้อมูลทุกท่านทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

มีเรื่องหนึ่งที่ผมถูกถามบ่อยแค่ก็ตอบไม่ค่อยได้ คือ ‘ขอให้แนะนำเว็บสำหรับผู้ศึกษาชนิดเริ่มต้น หรือต้องการฟิตภาษาอังกฤษใหม่ เพราะทิ้งมานาน…’ คำถามนี้ดูเหมือนตอบง่ายแต่จริง ๆ แล้วตอบยากมากครับ หรือพูดให้ถูกจริง ๆ ก็คือผมตอบแทนใครไม่ได้เลย หมายถึงว่า พอตอบแล้วท่านเอาคำตอบของผมไปใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ เพราะอะไร….

… ก็พราะว่า
-คำว่า ‘พื้นฐาน’ ของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน และไม่เท่ากัน
-แต่ละคนมีวิธีในการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผล ไม่เหมือนกัน หรือไม่เท่ากัน
-วัตถุประสงค์ในการเรียนภาษาอังกฤษของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน หรือไม่เท่ากัน
-แต่ละคนมีเงื่อนไขส่วนตัวหรือความพร้อมในการศึกษาอังกฤษ ไม่เหมือนกัน หรือไม่เท่ากัน
-ฯลฯ
ผมอาจจะตอบท่านได้ แต่คำตอบที่เอาไปใช้และได้ผลจริง ๆ ท่านต้องหาด้วยตัวเอง อาจจะต้องผ่านช่วงลองผิดลองถูกสักระยะหนึ่ง พอจับทางของตัวเองได้ก็เดินตามทางนั้นอย่างขยันขันแข็ง ก็จะได้รับผลเร็วและไม่เบื่อ

ผมเคยได้ยินน้อง ๆ หลายคนบ่นว่า อาจารย์คนนั้นคนนี้สอนภาษาอังกฤษไม่ได้เรื่อง น่าเบื่อ แต่ผมอยากจะบอกว่า การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองผ่านเน็ตคือการเรียนแบบผู้ใหญ่ ผู้เรียนจะต้องรู้จักตัวเอง หาสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง และเมื่อพบแล้วก็รักษาวินัยที่ให้ไว้กับตัวเอง การเรียนภาษาอังกฤษไม่มีทางลัด

ผมได้ยินหลายคนกล่าวหาระบบการศึกษาของไทยว่าไม่ได้เรื่อง คนเรียนภาษาอังกฤษเป็นสิบปีก็ยังพูดเขียนไม่ได้ ผมคิดว่าบางทีเราอาจจะกล่าวหารุนแรงเกินไป สิ่งที่ครูสอนนั้น ‘ไม่ผิด’ แต่อาจจะ ‘ไม่พอ’ ฉะนั้น ผู้เรียนต้องเติมให้เต็มด้วยตัวเอง ทั้งขณะที่ยังเป็นนักศึกษาและเมื่อจบการศึกษาแล้ว และจริง ๆ แล้วก็ไม่มีวิชาใดหรอกครับที่ perfect จากห้องเรียน นักเรียนคนใดที่เอาแต่รอครูมาเติมให้เต็ม ก็คงเหมือนเด็กที่ไม่รู้จักโต

การศึกษาภาษาอังกฤษของคนไทยเราอาจจะเสียเปรียบคนบางชาติในเอเชีย ผมเคยคุยกับเพื่อนชาวเวียดนามและอินโดนีเซีย สองชาตินี้ใช้อักษรโรมันที่เพิ่มเติมสัญลักษณ์อะไรนิดหน่อยในการเขียนภาษาของเขา ฉะนั้นแม้ในชีวิตประจำวันของเขาจะไม่ได้ฟัง-พูด-อ่านภาษาอังกฤษเลย แต่การที่เขาใช้อักษรโรมันในการเขียนภาษาของเขา อย่างน้อยก็ทำให้เขาสามารถเชื่อมโยงกับภาษาอังกฤษได้ง่ายกว่าคนไทยเรา ข้อสรุปของผมก็คือ น่าภูมิใจที่เรามีภาษาของตัวเองที่ใช้ทั้งในการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน แต่เราก็ต้องพยายามศึกษาภาษาสากลของชาวโลกเพราะโลกแคบลงทุกที โอกาสที่เราจะเดินชนชาวต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษมีมากขึ้นทุกทีเช่นกัน

* * * *

เว็บที่ผมจะแนะนำวันนี้ เป็นคอลัมน์ Words and Their Stories จากเว็บ VOA หรือ Voice of America ผมเคยแนะนำเว็บนี้ไว้แล้วที่ลิงค์ข้างล่างนี้
[55] ศึกษาอังกฤษจาก Voice of America
[41] จำศัพท์วิ่ง 1,500 คำ จากหน้าคอมฯ
เนื่องจากเป็นเว็บที่มีประโยชน์มากจริง ๆ ในการศึกษาภาษาอังกฤศด้วยตัวเอง ทั้งในการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน
สำหรับ Words andTheir Stories เป็นไฟล์ mp3 รายการพูดภาษาอังกฤษทุกวันอาทิตย์ที่เว็บไซต์ของเขา เขาเอาศัพท์สำนวนที่ใช้ใน American English มาพูดอธิบายและมี script ให้อ่านด้วย ที่น่าสนใจคือเขาพูดช้าและชัด และมีวิธีการอธิบายที่เป็นธรรมชาติมาก

ที่ Words andTheir Stories ของเว็บ VOA ท่านสามารถฝึกภาษาอังกฤษได้ทุกทักษะ ดังนี้
1. ฝึกอ่าน เพราะมี text ให้ท่านอ่านอยู่แล้ว ท่านสามารถศึกษาศัพท์ – สำนวน – โครงสร้างประโยค – ลักษณะการอธิบาย นอกเหนือจากการอ่านให้รู้เรื่อง ท่านจะอ่านก่อนฟัง ฟังก่อนอ่าน หรืออ่านพร้อมฟัง ก็ทำได้ตามสะดวก
2. ฝึกเขียน ผมอยากเสนออย่างนี้ครับ ที่ text ที่เขาให้ไว้นั้น ที่เป็นศัพท์และสำนวนจะพิมพ์ตัวหนา หลังจากที่ท่านอ่านหรือฟังจนพอใจแล้ว ท่านลองเขียนความหมายของศัพท์หรือสำนวนที่เป็นตัวหนานั้นด้วยตัวเอง (จะเขียนด้วยสำนวนภาษาของตัวเองหรือจำเขามาเขียนก็ได้ แต่ห้ามดูต้นฉบับเวลาเขียน) ถ้ายังเขียนไม่ได้ก็กลับไปอ่านหรือฟังอีกครั้ง
3. ฝึกฟัง จะฟังกี่เที่ยวก็ทำได้ตามสะดวก แต่ละตอนยาวประมาณ 5 นาทีเท่านั้น
4. ฝึกพูด ก็คล้าย ๆ ฝึกเขียน คือหลังจากฟังจนพอใจแล้ว ท่านลองพูดอธิบายความหมายของศัพท์หรือสำนวนที่เป็นตัวหนานั้นออกมา (จะพูดด้วยสำนวนภาษาของตัวเองหรือพูดตามที่ฟังก็ได้ ) ถ้ายังพูดไม่ได้ก็กลับไปอ่านหรือฟังอีกครั้ง

ณ วันนี้ (11 พฤษภาคม 2551) ที่คอลัมน์ Words and Their Stories นี้มีเรื่องทั้งหมด 66 หัวข้อ ซึ่งผมได้ดาวน์โหลดทั้งไฟล์ข้อความและไฟล์เสียง mp3 เก็บไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านใดต้องการดาวน์โหลดต่อเพื่อเอาไปฝึกฟัง – พูด – อ่าน – เขียน โดยไม่ต้องต่อเน็ตอีก เชิญดาวน์โหลดได้จากลิงค์ข้างล่างนี้ครับ
1 ลิงค์ประกอบด้วย 3 เรื่อง, 22 ลิงค์ = 66 เรื่อง

words_in_the_news

VOA_1
VOA_2
VOA_3
VOA_4
VOA_5
VOA_6
VOA_7
VOA_8
VOA_9
VOA_10
VOA_11
VOA_12
VOA_13
VOA_14
VOA_15
VOA_16
VOA_17
VOA_18
VOA_19
VOA_20
VOA_21
VOA_22

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com

7 ความคิดเห็น:

panya กล่าวว่า...

ขอบคุณมากนะคะ ที่นำความรู้มากมายมากให้
ชอบมากเลยคะ จะเข้ามาศึกษาบ่อยๆๆ
สุ้ๆๆต่อไปค่าาาา

KAE กล่าวว่า...

ขอบคุณมาก มาก ครับ บทพูดภาษาอังกฤษช้าๆ ชัดๆ อย่างนี้มีdialogue ให้ด้วยเยี่ยมครับ

จู้จี้กับหงุดหงิด กล่าวว่า...

ขอบคุณมากคะที่แนะนำสิ่งดีๆให้ ขอให้คุณอาสุขภาพเข็งแรงนะคะ

Ddy กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ มีประโยชน์มากครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ ตามหาเว็บแบบนี้มานานแล้ว

เป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์สิ่งดีๆต่อไปนะคะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากนะค่ะ ที่มอบแต่สิ่งที่ดี ๆ ให้มาโดยตลอด ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงนะค่ะ