วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

[199] วิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษโดยไม่มีครูสอน

สวัสดีครับ
ตั้งแต่ทำ Blog นี้มาได้ประมาณปีครึ่ง เรื่องหนึ่งที่ผมถูกถามบ่อยคือ “ทำอย่างไรจึงจะพูดภาษาอังกฤษได้เก่ง?” ถ้าให้ผมตอบอย่างสั้นและตรงที่สุด ผมก็จะตอบว่า “ก็ฝึกพูดไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เก่งเองแหละ

แต่วันนี้ผมขออนุญาตคุยยาว ๆ สักนิดนะครับ

เราทุกคนรู้ว่าทุกภาษามีอยู่ 4 ทักษะ คือ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน และถ้าเป็นการเรียนภาษาแม่อย่างคนไทยเรียนภาษาไทย เราก็จะฝึกทั้ง 4 ทักษะไปพร้อม ๆ กัน คนไทยทุกคนจึงฟัง-พูด-อ่าน-เขียน ภาษาไทยได้แม้ว่าจะเก่งไม่เท่ากันก็ตาม

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเราเรียนภาษาอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษที่เรากำลังพูดกันอยู่นี่แหละครับ ก็คือว่า ในแต่ละทักษะ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน นี้เราคนหนึ่ง ๆ นี้มีโอกาสฝึกแต่ละทักษะไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นการฝึกในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียน ผมขอยกตัวอย่างทีละคู่นะครับ

คู่ที่ 1 คือฝึกอ่านกับฟัง
อ่านกับฟังเป็น passive skill คือศึกษาได้โดยไม่ต้องมีคนอื่นประกบ ท่านเพียงมีหนังสือ 1 เล่ม หรือ CD 1 แผ่น แค่นี้ก็พอแล้วที่จะฝึกอ่านฝึกฟัง ที่ดียิ่งไปกว่านี้ก็คือ ท่านสามารถเช็คผลการอ่านหรือการฟังได้ด้วยตัวเองทันทีเลยว่า ท่านฝึกสำเร็จหรือไม่ คือถ้าอ่านหรือฟังรู้เรื่อง-เข้าใจ ก็ถือว่าสำเร็จ ง่าย ๆ แค่นี้เอง และการฝึกก็สะดวกมาก เพียงแค่พกติดตัวหนังสือเล่มนึง หรือเครื่องเล่น mp3 เครื่องหนึ่ง ก็สามารถฝึกอ่านฝึกฟังที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ ด้วยสาเหตุนี้กระมังที่ผมได้รับคำถามน้อยมากเกี่ยวกับการอ่านและการฟัง เพราะทุกท่านสามารถฝึกเองได้อยู่แล้ว (ถ้าตั้งใจจะฝึก)

คู่ที่ 2 ฝึกการพูดและการเขียน
ผมได้รับคำถามเรื่องการพูด & เขียนมากกว่า การอ่าน & การฟัง ถ้าจะให้หาสาเหตุก็คงจะตรงกันข้ามกับคู่ที่ 1 คือ การพูดและการเขียนเป็น active skill โดยทั่วไปท่านต้องมี partner คือคนที่มาฟังท่านพูด และอ่านสิ่งที่ท่านเขียน และสำหรับคนไทยที่ฝึกภาษาอังกฤษ เราก็มักหวังในคน ๆ นั้นเป็น “ครู” ยิ่งเป็น “ครูฝรั่ง” ยิ่งดี จะได้ช่วยสอนเราว่า ควรจะพูดยังไง เขียนยังไง และถ้าเราพูดผิด เขียนผิด ก็ช่วยแก้ไขให้ด้วย เราไม่แน่ใจในวิธีการฝึกพูดคนเดียว หรือเขียนลงสมุดเก็บไว้อ่านคนเดียว เพราะเราไม่แน่ใจว่า ถ้าต้องพูดกับคนจริง ๆ เขาจะฟังเราพูดรู้เรื่องหรือเปล่า หรือสิ่งที่เราเขียนถ้าคนอื่นอ่านมันจะตลกหรือเปล่า

คำถามที่ผมได้รับจึงมักจะออกมาอย่างนั้น คือให้ผมแนะนำอาจารย์สอนภาษาที่เก่งที่สุด โรงเรียนสอนภาษาที่ดีที่สุด และเทคนิคการฝึกพูดที่ได้ผลมากที่สุด และใช้เวลาน้อยที่สุด หลายคนมี deadline รออยู่เบื้องหน้าใกล้ ๆ เช่น เดือนหน้าจะไปสอบสัมภาษณ์เข้าทำงาน, ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งใหม่ที่ต้องพูดภาษาอังกฤษให้ได้ บางคนก็แสดงความท้อแท้มาว่าไม่มีเงินสำหรับเสียค่าเรียนแพง ๆ เรื่องของเรื่องเลยกลายเป็นว่า คนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีคือคนที่มีเงินมากพอสำหรับค่าเรียนแพง ๆ หรือเด็กที่ผู้ปกครองมีกะตังค์สามารถส่งลูกไปเข้า summer course หรือหลักสูตรพิเศษที่เมืองนอก ส่วนคนที่งบน้อยก็เลยพูดไม่ได้เขียนไม่ได้ ถ้าแถมเกลียดภาษาอังกฤษด้วยแล้ว ก็อ่านไม่ได้และฟังไม่ได้ตามไปด้วย และพอพูดถึง 4 ทักษะนี้ที่เรียนมาจากโรงเรียนนับสิบปี ก็กลายเป็นว่าเรียนเพื่อให้สอบได้แต่ใช้งานจริง ๆ ไม่ได้ ฟังดูแล้วน่าหดหู่ใจ

ผมอยากให้ท่านผู้อ่านลืมความขุ่นข้องหมองใจและความง่อยเปลี้ยเสียขา, ถ้ามี, ในการเรียนภาษาอังกฤษของท่านทิ้งไปให้หมด ผมเชื่อว่าเราเริ่มต้นใหม่ให้ดีกว่าเดิมได้

ย้อนไปถึงเรื่องที่เป็นหัวข้อข้างต้นนี้ “วิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษโดยไม่มีครูสอน” เป็นไปได้หรือ? ผมกำลังจะบอกท่านว่า ถ้าเรามีเงินที่จะไปเรียนกับครู ก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่มีเงินพอ – ไม่มีเวลาพอ ก็จำเป็นครับที่เราจะต้องฝึกพูดโดยไม่มีครูสอน ท่านไม่ต้องใจร้อนหรือมองหาทางลัดหรอกครับ เพราะทางลัดในการเรียนภาษาอังกฤษไม่มีอยู่ในโลกนี้ มีแต่ทางตรงที่เราต้องขยันเดินไม่หยุดเท่านั้นเอง

เรื่องการพูดภาษาอังกฤษให้ได้ผลนี้ เราจะลืมเรื่องการอ่านและการฟังไม่ได้เด็ดขาด การอ่านทำให้เรารู้สำนวน และการฟังทำให้เรารู้สำเนียง ทั้งสำนวนและสำเนียงที่ค่อย ๆ สะสมไว้นี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีมากเมื่อเราฝึกพูด การฝึกพูดที่จะเอาแต่พูด พูด พูด… แต่ไม่สนใจเรื่องฝึกฟังและฝึกอ่าน ไปได้ไม่ไกลหรอกครับ และใน Blog นี้ก็แนะนำเว็บไซต์มากพอสมควรสำหรับฝึกอ่านและฝึกฟัง คลิกที่นี่ครับ รวมเว็บฝึกอ่าน *** รวมเว็บฝึกฟัง ***รวมเว็บดูวีดิโอ

วิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษโดยไม่มีครูสอน” ผมขอแนะดังนี้ครับ
[1]. ใช้วิธี play – pause – repeat: ผมพูดเรื่องนี้ไว้ค่อนข้างละเอียดที่นี่ [409]สูตรสำเร็จในการฝึกพูดกับเว็บ:Play-Pause-Repeat

[2]. ใช้วิธี think – talk: คือฝึกพูดกับ partner ในจินตนาการ ให้เราคิดวางแผนว่า เราจะพูดรื่องอะไร มีเนื้อหาอย่างไร พูดกับใคร นานกี่นาที อาจจะเตรียมเขียนสิ่งที่จะพูดลงกระดาษไว้เลยก็ได้ พอถึงเวลาก็นั่งลง - จับเวลา – และสร้างจินตนาการว่าคนที่เราพูดด้วย หรือคนที่เราจะพูดให้ฟังนั่งอยู่ข้างหน้า เราอาจจะ start ด้วยตั้งใจว่าจะต้องพูดให้ได้ครบ 5 นาที และก็ต้องทำให้ได้ ต่อไปอาจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 10 นาที, ฝึกพูดช้า ๆ ชัด ๆ

สำหรับบางท่านที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ และคิดว่าผมแนะนำอะไรก็ไม่รู้ ฝึกคนเดียวไม่มีครูมันก็คงผิด ๆ พลาด ๆ จะได้ผลรึ? ผมเรียนท่านแล้วว่าการฝึกพูดแบบนี้ มีสำนวนและสำเนียงที่ค่อย ๆ สะสมไว้จากการอ่านและการฟังเป็นพื้นฐาน เรื่องที่ผมขอเน้นก็คือ ท่านอย่าได้ดูถูกความใฝ่ฝันและจินตนาการนะครับ ถ้าเรา dream และ do สิ่งที่เรามุ่งหวังไว้ก็จะ done มันไม่ไปไหนหรอกครับ
ท่านใดต้องการฝึกพูดอย่างนี้ แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะพูดเรื่องอะไร ลองคลิกหาไอเดียได้ที่นี่ครับ
[190]หัวข้อการฝึกพูด[ต้อง‘ได้พูด’ ถึงจะ ‘พูดได้’]

[3]. ใช้วิธี English phone conversation: ท่านลองนัดแนะกับเพื่อนที่รู้ใจว่า จะช่วยกันพัฒนา conversation skill โดยการสนทนาภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์ ทำไมต้องสนทนาทางโทรศัพท์ เพราะว่าคู่สนทนาจะได้พูดให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้เรื่อง และขณะเดียวกันก็ต้องมีสมาธิเงี่ยหูฟังสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งพูด จึงเป็นการฝึกทั้ง speaking และ listening skill โดยไม่ต้องอ่านภาษาหน้าหรือภาษาท่าท่าง การที่พูดกันต่อหน้าด้วยภาษาอังกฤษและเราเข้าใจ มันอาจจะเป็นความเข้าใจที่บวกกับการอ่านสีหน้าและท่าทาง แต่ถ้าคุยกันทางโทรศัพท์เราจะรู้ว่า เราพูดให้เพื่อนรู้เรื่องได้หรือเปล่า หรือเราสามารถฟังเพื่อนพูดรู้เรื่องหรือเปล่า ทั้งนี้เราอาจจะตกลงหัวข้อการพูดโดยเจาะจงไว้ก่อน ข้อสำคัญที่สุดของการฝึกวิธีนี้ก็คือ 1)ต้องพูดให้ครบตามเวลาที่ตกลงกันไว้ และ 2)ห้ามแทรกภาษาไทยระหว่างการพูดเด็ดขาด ยกเว้นชื่อเฉพาะ

ผมไม่แน่ใจว่า เราสามารถใช้โทรศัพท์บ้านหรือโทรศัพท์มือถือพูดสายกันเกิน 2 คนหรือเปล่า ถ้าทำได้ก็จะช่วยให้การพูดสนุกยิ่งขึ้น

[4]. รวบรวม stock sentence ที่ต้องใช้บ่อย: ถ้าท่านต้องพูดภาษาอังกฤษ แต่ประโยคที่ใช้พูดซ้ำ ๆ กันเป็นส่วนใหญ่ อย่างนี้ง่ายครับ ท่านก็พยายามรวบรวมประโยคเหล่านี้ไว้ให้หมด แปลเป็นภาษาไทย ฝึกพูดให้คล่อง ที่ลิงค์นี้มีตัวอย่างให้ท่านศึกษามากพอสมควร
[275] มาฝึกสนทนาภาษาอังกฤษกันหน่อยไหมครับ
[271] 50 ประโยคพื้นฐานที่ใช้ในการสนทนา ที่นี่ครับ....
[147] แจกไฟล์ MP3 พร้อมใช้ (conversation:ฟัง & พูด...
[75] พูดภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์
[177] การตั้งคำถามโดยใช้ 8 W และ 1 H
และ รวมลิงค์การสนทนาใน Blog นี้
การพูด การสนทนา การออกเสียง

[5]. สุดท้าย ร้องเพลงฝรั่ง: เรื่องนี้ผมแนะได้ แต่ทำเองไม่ได้ เพราะไม่ถนัดเอาจริง ๆ เลย แต่ผมเชื่อว่าวิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษแบบนี้หลายคนใช้ได้ผล เลยเอามาเขียนพ่วงไว้

ท่านผู้อ่านครับ
บางคนพูดหรือฝึกพูดภาษาอังกฤษเพราะงานบังคับให้ต้องพูด บางคนพูดเพราะต้องติดต่อกับเพื่อนชาวต่างชาติที่ได้รู้จักกัน เช่น โดยใช้โปรแกรม Skype บางคนพูดให้เป็นไว้จะได้ไปเที่ยวเมืองนอกสะดวกและสนุก แต่ไม่ว่าท่านจะพูดภาษาอังกฤษด้วยแรงผลักดันอะไรก็ตาม ท่านสามารถพูดได้แน่ ๆ ถ้าท่านพยายาม แม้ว่าจะเป็นการฝึกพูดภาษาอังกฤษที่ไม่มีครูสอนก็ตาม

พิพัฒน์
Pptstn@yahoo.com

49 ความคิดเห็น:

Noi กล่าวว่า...

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับสิ่งดีๆ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คุณทำเวปนี้ได้ยอดเยี่ยมมาก ขอเป็นกำลังใจให้ทำประโยชน์อย่างนี้ต่อไปนานนาน

MyFriend กล่าวว่า...

จะเป็นกำลังใจให้นะครับ ขอบคุณมากๆเลย
สิ่งยาก สิ่งมีคุณค่า

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากนะคะสำหรับคำแนะนำ และสิ่งดีดีที่ได้รับจากเวปนี้
เวปนี้เป็นเวปที่ดีมากเลยค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้อีกคนนะคะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากเลยค่ะ
เข้ามาโดยบังเอิญ มีประโยชน์มากๆ

จะติดตามอย่างต่อเนื่องค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

-ขอบคุณมากๆครับ ซึ่งเป็นประโยชน์กับผมและทุกคนมากๆ ขอบคุณมากๆครับ-

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากๆครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำดี ๆ
จะได้นำไปฝึก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ สำหรับสิ่งดีๆ ถูกใจมากๆ ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

yalee กล่าวว่า...

โดนใจผมเลย ครับ ผมหาข้อมูลแบบนี้มานานแล้ว ครับ
มันทำให้ผมมีแรงผลักดัน มากขึ้นที่จะ พูดอังกฤษได้
เหมือนคนอื่นๆ ครับ ขอบมากๆ เลยครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เยี่ยมจริง ๆครับ
ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนะที่ดีๆ จะลองฝึกดูครับ

ployzai กล่าวว่า...

ขอบคุณมากๆนะคะ เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากค่ะ พยายามหาข้อมูลมานานแล้ว ให้ความรู้และคำแนะนำที่ดีมากเลยค่ะ เพราะต้องการเก่งภาษาอังกฤษเพื่อนำไปใช้ในการทำงานค่ะ

Mart กล่าวว่า...

เป็น Web ที่ดีมากๆ และตรงกับตัวเรามาก ตั้งแต่นี้จะทำตามคำแนะนำ ทุกขั้นตอน ขอบคุณมากๆ ครับ

ครูบ้านนอก กล่าวว่า...

เยี่ยมมากครับ......ขอบคุณในคำแนะนำ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เป็นเว็ปที่ดีมากนะค่ะ ขอบคุณที่ให้โอกาสกับทุกคนที่เข้ามาอ่าน และมีกำลังใจมากขึ้นขอขอบคุณอีกครั้งที่ผู้เผยแพร่

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อยากเก่งภาษาอังกฤษ..จะทำตามทุกขั้นตอนนะคะ
ขอบคุณที่ให้ประโยชน์ต่อสังคมไทย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

thank you very much for these useful tips.
I really like your column. Keep on doing it for readers' benefit.
a white rose

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ โดนใจเลยสิ่งที่แนะนำ จะนำไปปฏิบัติ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากมายเลยนะค่ะ ที่อยากพูดภาษาอังกฤษได้เพราะว่าจำเป็นต้องใช้เรียนต่อโท เซงมากมายเลยค่ะ ภาษาอังกฤษอ่อนแอมากจิงๆ แต่ก้อสู้ตายค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จะลองดูคับ ขอบคุณที่ช่วยจุดแรงไฟ..คับผม

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณครับกับความรู้ที่มอบให้

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณสำหรับเวบ ดีดี นะค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สุดยอด....ได้ทั้งความรู้ และกำลังใจ ขอบคุณมากๆ ค่ะ

panorama กล่าวว่า...

อยากให้บล๊อกนี้อยู่ยืนยง แน่นอนว่าคนทำบล๊อกด้วย

เพิ่งมาเจอเวบนี้ มีความตั้งใจพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างมาก
ที่ผ่านมา ทำไม่ค่อยต่อเนื่อง เลยไม่ค่อยประสพความสำเร็จค่ะ ต่อไปนี้ขอติดตามเป็นแฟนพันธุ์แท้ด้วยคนนะคะ

ขอพระคุ้มครองค่ะ ^ ^

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับเป็นเว็ปที่ให้ความรู้ได้ดีมากผมซึ่งไม่มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษเลยบังเอินมาเจอเข้าได้อ่านแล้วได้รับความรู้มากขอบคุณครับ

จักรินพันธ์ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับในความกรุณา คุณพิพัฒน์ได้ให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์มากครับ

Aoobeve กล่าวว่า...

ขอบคุณมากเลยค่ะ ถึงหนูจะอายุ 12 แต่ก็พยายามสุดๆ เหมือนกัน (ไม่มีใครรู้ว่าเด็กคนนี้ มีความคิดที่ต่อสู้มากแค่ไหน....
ปล. ถึงเว็บนี้จะเก่ามากแล้วก็ตาม คอมเม้นไว้เฉยๆ ค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เว็บดีมากๆ เลยครับ ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ถูกใจมากค่ะ ดิฉันอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพราะเห็นว่าในโลกยุคใหม่ถ้าเราพูดฟังได้หลายภาษาเราจะได้เปรียบ อยากพัฒนาตัวเองค่ะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ

วีระศักดิ์ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ...ติดตามอ่านมาหลายปีแล้วครับ ขอให้สุขภาพดีนะครับ.....วีระศักดิ์

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เริ่มอ่าน...แล้วก็.....เราก็ยังมีความหวัง..ท่านเขียนบรรยาย
ใว้ดีมากๆๆๆๆ ผมจะทำเดี๋ยวนี้ ขอบพระคุณอย่างสูง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณจากใจเลยครับ :D จะลองดูนะตรบ ผมหัดมานานละ ยังไม่ได้เลย 555+ งงกะพาสา อ่านออกบ้างไม่ออกบ้าง
ยังไงก้อ อยู่นานๆนะครับ เว็บนี้ ^^

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

วันนี้ผมเพิ่งไปสัมภาษณืงานมาทุกอย่างลงตัวยกเว้นภาษาอังกฤษ ขอบคุณคำแนะนำที่ดีดีครับ แล้วผมจะขอลองใหม่เมื่อพร้อม

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำดีๆ

ผมจะเอาไปใช้ขอบคุณมากครับ

Supawat Senee กล่าวว่า...

Thank you very

Supawat Senee กล่าวว่า...

Thank you very much. That is benefit.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากๆๆๆเลยค่ะมีประโยชน์มาก ไม่เคยเห็นการสอนภาษาได้ละเอียดขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะ และเข้าใจง่ายด้วย ขอบคุณมากค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

**เป็นเว็บแรก และ เว็บเดียว**
ที่ดูผ่านๆ แต่ทำให้อยากอ่านทั้งหมด (^^)

ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ขอบคุณจากใจจริงๆ
จะพยายามเรียนรู้และเข้าใจ เนื้อหาทั้งหมดเลยค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากค่ะเป็นสิ่งดีมากๆทำให้รู้ว่าจะเริ่มจากไหนก่อน ขอบคุณมากจริงๆ ขอให้มีความรู้ดีๆอีกเรื่อยๆนะคะ

Pornphun Rakhang กล่าวว่า...

สิ่งที่อาจารย์แนะนำทั้งหมดถูกต้องคะ. ได้ใช้วิธีนี้จริงๆ รู้สึกพัฒนาตรเองได้มากจริงๆ ที่สำคัญทำใจให้รักภาษาอังกฤษอย่างจริงจังแล้วค่อยๆ เรียนรู้ และสนุกกับการเรียนก็จะได้ผลสำเเร็จในระดับหนึ่ง

PIYAPONG S. กล่าวว่า...

มีประโยชน์มากของมากที่สุดครับ ขอบคุณครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ผู้ให้ย่อมอยู่สูงกว่าผู้รับ ขอบคุณจริงๆค่ะ

wanwaan กล่าวว่า...

ขอบคุณมากๆจ้า จะลองฝึกดูเพื่อพัฒนาศักยภาพในตัว น้ำใจงามจริงๆนะจ๊ะ คนไทยที่น่ารัก (^/\^)

Beautyfulz กล่าวว่า...

Thank you so much for a good information.
There is blogger to driving me so happy with English language more than every time.

Follow you to the next track.

pimteeda55 กล่าวว่า...

ขอบคุณเป็นอย่างสูงเลยค่ะ เว็บนี้ดีที่สุดแล้ว
ขอบคุณที่คอยแนะนำและรวบรวมสิ่งดีๆ มาให้ได้ศึกษา
เชื่อว่าต้องสามารถเปลี่ยนชีวิตของอีกๆ หลายคนได้แน่นอนค่ะ ทำดีแล้วค่ะ รักษาต่อไปนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆนะค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เป็นข้อมูลที่ดีมากค่ะ

พงษ์พันธ์ พระภักตร์ กล่าวว่า...

สวดยอดคับ