สวัสดีครับ
สำหรับท่านที่ทำบุญกุศลมามาก ทำให้วันนี้และชาตินี้รู้ศัพท์เยอะ บางทีถึงขั้นสามารถจับผิดดิกชันนารีได้ สิ่งที่ผมจะคุยต่อไปนี้ก็คงจะไม่มีประโยชน์สำหรับท่าน แต่สำหรับตัวผมและอีกหลายท่านซึ่งไม่ได้ทำบุญด้านคำศัพท์มามากปานนั้น ผมขอชวนคุยเรื่อง dictionary freeware สักนิดนะครับ ตามประสาคนหัวอกเดียวกันที่ยังรู้ศัพท์ไม่เยอะ
ทุกท่านรู้ว่า ดิกชันนารีเป็นตัวช่วยที่ดีมากในการศึกษาภาษาอังกฤษ ผมได้รวบรวมดิกชันนารีทั้งอังกฤษ – อังกฤษ และ อังกฤษ – ไทย & ไทย- อังกฤษ ที่ผมเห็นว่ามีคุณภาพดีมาก ๆ ที่เขาให้เราใช้ฟรี online รวมเอาไว้ที่ลิงค์นี้: รวม Search Box สุดยอด Dict.
แต่ถ้าเราไม่ได้ต่อเน็ตล่ะครับ เราก็ต้องหาโปรแกรมดิกชันนารีมาลงไว้ในเครื่อง เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตอน offline และถ้าท่านมีเครื่องคอมฯเป็นของตัวเองที่บ้านหรือที่ทำงาน ผมขอแนะนำอย่างรุนแรงให้ท่านลงโปรแกรมดิกชันนารีประเภทใช้ฟรี หรือ freeware ไว้ที่เครื่องคอมฯของท่าน เมื่อสงสัยศัพท์คำใดก็จะได้พิมพ์ถามไถ่ได้ทันที
ผมเคยแนะนำโปรแกรมดิกพวกนี้ไว้แล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง ที่นี่ [24[ ดาวน์โหลดดิกฟรีลงเครื่องไว้ใช้งาน และที่นี่ [708] จะเก่งอังกฤษ ต้องมี Dict. เป็น Buddy ซึ่งมีทั้งดิกอังกฤษ – อังกฤษ และ อังกฤษ – ไทย & ไทย – อังกฤษ
เป็นที่น่ายินดีว่า มีคนไทยจำนวนไม่น้อย ทำโปรแกรมดิกชันารีให้คนไทยได้ใช้ฟรี ๆ และเหล่งใหญ่ที่สุดที่รวบรวมโปรแกรมดิกชันนารีฟรีดังกล่าวนี้ เท่าที่ผมรู้อยู่ที่ลิงค์นี้ครับ
http://www.thaiware.com/main/search.php?Group_ID=123
เรื่องดิกชันนารีนี่นะครับ บางทีมันก็เหมือนลางเนื้อชอบลางยา แต่ละคนจึงอาจจะชอบไม่เหมือนกัน ในลิงค์ที่ผมแนะนำข้างบนมีหลายโปรแกรมหลายยี่ห้อให้ท่านเลือก ให้ท่านดูตรงที่เขาเขียนไว้ว่า License: Freeware ถึงจะเป็นของฟรี และลองเลือกเล่นกับมัน
แม้โปรแกรม dictionary freeware เหล่านี้จะเป็นของดีมีประโยชน์ แต่ผมก็พบบ่อย ๆ ว่ามีหลายคนไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ ด้วย 3 เหตุผลง่าย ๆ และ simple มาก ๆ เลย คือ
[1] ดาวน์โหลดไฟล์โปรแกรมดิก ไม่เป็น
[2] ติดตั้ง หรือ install ไม่เป็น
[3] แม้จะดาวน์โหลดและติดตั้งเรียบร้อยแล้ว แต่ใช้งานไม่เป็น หรือใช้เป็นแต่ใช้ได้ไม่ครบ option, บาง option ดีมากแต่ก็พลาดไปเพราะไม่รู้ นี่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก
ทางแก้ง่าย ๆ ที่ผมขอแนะก็คือ ในเรื่องการดาวน์โหลดและติดตั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ถามเพื่อน ๆ หรือน้อง ๆ ในที่ทำงานที่พอมีความรู้พื้นฐานเรื่องคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง เขาคงจะตอบได้ เพราะนี่เป็นเรื่องพื้นฐานมาก ๆ ขอให้ท่านเรียนรู้การดาวน์โหลดและติดตั้งไว้ให้ดี เพราะมันเป็นวิธีปฏิบัติเดียวกันไมว่าจะเป็นโปรแกรมอะไรก็ตาม
แต่เรื่องการใช้งานนี่ซีครับ อาจจะซับซ้อนชึ้นมานิดหน่อย วิธีเรียนรู้ที่ง่ายที่สุดก็คือ เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วให้เปิดโปรแกรมขึ้นมา (วิธีเปิดโปรแกรม: ไปที่ Start, All Programs, คลิกที่ชื่อโปรแกรมนั้น) แล้วก็ลองคลิกไปคลิกมา – คลิกมาคลิกไป พร้อมกับอ่านคำอธิบายที่เขาอาจจะบอกไว้ที่ปุ่ม Help, หรือถ้าเป็นโปรแกรมจากเว็บ http://www.thaiware.com/main/search.php?Group_ID=123 เขาก็มักจะชี้แจงวิธีการใช้ไว้เลยในหน้าแรก ท่านอ่านไว้เป็นพื้นฐานก่อนแล้วกันครับ พอถึงเวลาลองคลิกเพื่อใช้งานก็จะง่ายขึ้น
มีเรื่องหนึ่งที่ผมขอเรียนท่านที่ใช้โปรแกรม freeware dictionary, จากประสบการณ์ของผมพบว่า โปรแกรมที่คนไทยทำมักมีคุณภาพไม่ค่อยดีเหมือนที่ฝรั่งทำ ผมขอยกตัวอย่างโปรแกรมดิกชันนารี อังกฤษ – อังกฤษ WordWeb ที่ผมใช้มาหลายปีแล้วแม้ทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ เป็นโปรแกรมฟรีที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ตั้งแต่ใช้มาผมไม่เคยเจอปัญหาอะไรเลย และอยากชวนให้ทุกท่านลองใช้ดู
แต่ถ้าท่านรู้สึกว่าภาษาอังกฤษยังไม่ค่อยแข็งแรง ยังต้องใช้โปรแกรมดิกชันนารี อังกฤษ – ไทย ไปพลาง ๆ ก่อน ท่านก็ต้องทำใจอยู่บ้างพอสมควรถ้าบางครั้งโปรแกรมมันเกเร แต่ขอให้ท่านพยายามใช้ต่อไปเถอะครับ เพราะแม้จะเกเรบ้างแต่มันก็ยังมีประโยชน์ และถ้าท่านพยายามทำความคุ้นเคยกับมัน ท่านก็จะค่อย ๆ แก้ปัญหามันได้บ้าง ไม่มากก็น้อบ อีกอย่างหนึ่งที่ลิงค์ รวมโปรแกรมฟรีดิกชันนารีที่ให้ไว้ เมื่อท่านคลิกเลือกโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งแล้ว ถ้าท่านเลื่อนลงมาจนถึงตอนล่างของหน้า ท่านจะพบข้อความที่เขียนไว้ว่า “สำหรับใครที่มีปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับตัว โปรแกรม / เกมส์ ไม่ว่าจะเป็นวิธีใช้หรือต้องการ แจ้งข้อผิดพลาด (BUG) ของโปรแกรมนี้ คุณสามารถเข้าไปได้ที่นี่เลยครับ .
” ให้ท่านคลิกที่คำว่า ENTER WEBBOARD นั่นแหละครับ ท่านอาจจะพบคำตอบที่ตรงกับคำถามของท่าน หรือท่านอาจจะพิมพ์ปัญหาการใช้งานของท่านลงไปก็ได้ เพื่อรอให้ผู้รู้มาเขียนตอบ
ทั้งหมดทั้งสิ้นที่ผมคุยมานี้ ผมต้องการบอกท่านประโยคเดียวว่า ถ้าเทคโนโลยีใดของอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งแปลกหน้าที่เราไม่คุ้นเคย ถ้ามันมีประโยชน์ขอให้ท่านพยายามสักนิดเพื่อทำความคุ้นเคยกับมันเถอะครับ เพราะผลที่ได้รับมันคุ้มค่า
ก่อนจบผมมีอะไรเล่าให้ท่านฟังเรื่องหนึ่ง เมื่อ 3 – 4 ปีที่แล้ว ผมมีโอกาสได้ไปพบข้าราชการเกษียณอายุผู้หนึ่ง ท่านเคยสอนที่คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านเป็นดอกเตอร์ และเป็นศาสตราจารย์ ท่านพูดกับผมว่า ยุคนี้มีอินเตอร์เน็ตซึ่งท่านไม่สนใจ ท่านบอกว่าท่านอายุมากแล้วและไม่อยากเสียเวลากับการเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ ผมนึกในใจว่าท่านไม่น่าปิดตัวเองอย่างสิ้นเชิงจากเทคโนโลยีที่มีประโยชน์มหาศาลเช่นนี้ เพราะถ้าท่านยอมเปิดตัวเพื่อศึกษามันบ้าง ท่านก็จะได้รับประโยชน์จากมันมาก หรือถ้าท่านยอมเปิดตัวเพื่อศึกษามันมากๆ ท่านก็จะได้รับประโยชน์จากมันอย่างมหาศาล ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมคิดอยู่ในใจแต่ไม่กล้าพูดออกไป แต่ถ้าท่านผู้อ่านของผมท่านใดที่เริ่มจะแก่แล้ว และมีความคิดเหมือนศาสตราจารย์ดอกเตอร์ท่านนี้ ผมก็ขอพูดดัง ๆ ด้วยข้อความที่ผมพูดในใจข้างบน ท่านคงไม่โกรธผมนะครับ
พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com
วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
[273] จะเก่งอังกฤษ ต้องมี Dict. เป็น Buddy
สวัสดีครับ
ท่านที่เป็นแฟน Blog นี้อาจจะรู้สึกว่า ผมให้ความสำคัญกับการรู้ศัพท์มากเหลือเกิน หรืออาจจะมากเกินไป จนท่านอาจจะเบื่อ อย่าเพิ่งเบื่อเลยครับ อนุญาตให้ผมอธิบายอีกสักครั้งเถอะครับ
การรู้ศัพท์นั้น ผมหมายถึง 2 อย่าง คือ จำศัพท์ได้ และใช้ศัพท์เป็นเมื่อต้องพูดและเขียน
จริงอยู่ ถ้าเป็นเด็กฝรั่ง เขาก็จำศัพท์ได้และใช้ศัพท์เป็นไปพร้อม ๆ กันมาตั้งแต่เด็กแล้ว ก็เหมือนเด็กไทยนั่นแหละครับที่ไม่มีปัญหาเรื่องภาษาไทย เรารู้ศัพท์คำไหนเราก็ใช้ศัพท์คำนั้นเป็น
แต่เนื่องจากการเรียนภาษาอังกฤษของเราอาจจะขาดตกบกพร่องมามากบ้างน้อยบ้าง เราก็เลยรู้ศัพท์น้อยเกินไปบ้าง หรือบางคำที่รู้ความหมายก็ใช้เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง
ปัญหาก็คือ ตอนนี้เราโตแล้ว และไม่สามารถย้อนเวลากลับไปเรียนภาษาอังกฤษอย่างถูกวิธีตามที่นักวิชาการเขาบอก แต่ทว่าความจำเป็นบังคับให้เราต้องรู้ศัพท์ คือจำ(ความหมายของศัพท์)ได้ และใช้ศัพท์(ในการพูดและเขียน)เป็น เราจะทำยังไงดีถึงจะมีความสามารถอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่อายุก็แก่ขนาดนี้แล้ว
โดยธรรมชาติ ศัพท์ที่เข้ามาสู่ตัวเรานี้ เข้ามาทางตาและทางหู ก็คือโดยการอ่านและโดยการฟังนั่นเอง ถ้าป็นการอ่าน เมื่อสงสัยศัพท์เรามีสิทธิเปิดดิกหรืออ่านซ้ำคร่ำครวญกับมันจนเข้าใจดีขึ้น แต่ถ้าเป็นการฟัง ผมเชื่อว่าโอกาสที่เราจะไต่ถามมีน้อยกว่าการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นการฟังคนอื่นพูดอยู่ข้างหน้าเรา หรือเป็นการฟังข่าวที่เราไม่สามารถบอกให้เขาอ่านช้า ๆ หน่อยเพราะเราฟังไม่ทัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องใช้หลัก ‘โตแล้วเรียนลัด’ และใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ผมกำลังจะแนะนำท่านว่า มีโปรแกรมดิกชันนารีอยู่โปรแกรมหนึ่ง ที่ผมอยากจะให้ทุกท่านดาวน์โหลดและติดตั้งไว้ที่เครื่องคอมฯของท่าน ถ้ามีทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ก็ลงไว้ทั้ง 2 เครื่องเลย ดิกโปรแกรมนี้ชื่อว่า My Buddy Dictionary เป็นดิก อังกฤษ – ไทย และ ไทย – อังกฤษ (มีขนาด 25 MB) มีศัพท์เยอะมาก เป็นแสนคำเลยครับ
ข้อดีของโปรแกรมดิกนี้ ที่ทำให้ผมต้องแนะนำท่านก็คือ ทุกครั้งที่ท่านสงสัยศัพท์คำใด ก็ใช้บริการจากดิกนี้ได้ทันที โดย ที่วางเคอร์เซอร์บนศัพท์คำนั้น และกด alt + ตัว S ความหมายของศัพท์ตัวนั้นก็จะปรากฏขึ้นมาในหน้าต่างใหม่ให้ท่านเห็นทันที ท่านสามารถใช้บริการนี้ได้ไม่ว่าท่านจะอ่านขณะต่อเน็ตหรือไม่ได้ต่อเน็ต จะอ่านจากหน้าเว็บ, จากเอกสาร WORD, หรือจากไฟล์อะไรก็ตามได้ทั้งนั้น
นี่เป็นด่านแรกของการรู้ศัพท์ คือรู้ความหมาย เมื่อรู้ความหมายและค่อย ๆ จำได้ เมื่ออ่านไปบ่อย ๆ จาก ‘จำได้’ ก็จะยกระดับขึ้นสู่ ‘ใช้เป็น’ คือใช้พูดและเขียนเป็น แต่อันดับแรกต้องจำให้ได้ซะก่อน
การใช้บริการเช่นนี้ ใช้ได้เฉพาะเมื่ออยู่หน้าคอมฯ เท่านั้น เพราะถ้าเป็นการอ่านหนังสือเล่ม ท่านไม่มีทางทำได้ เพราะท่านจะต้องค่อย ๆ หยิบดิกชันนารีขึ้นมา พลิกไปยังหน้าที่ต้องการหาศัพท์ เสร็จแล้วก็ปิดเล่มดิก วางดิกไว้ยังที่ของมัน แล้วกลับมาอ่านหนังสือที่อยู่เฉพาะหน้า ทั้งหมดนี้กว่าจะรู้ศัพท์แต่ละคำก็อาจจะกินเวลาไม่ต่ำกว่าคำละ 5 นาที ทำไปไม่ได้เท่าไหร่ก็เบื่อและเลิกทำ และถ้าต้นฉบับที่เราต้องอ่านมันมีศัพท์ที่เราไม่รู้ความหมายทุกบรรทัด เราไม่ต้องเปิดดิกกันตายหรือครับ?
อาจารย์หลายท่านแนะนำให้เรา ‘เดาก่อนเปิดดิก’ ซึ่งเป็นวิธีที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และได้แนะนำเว็บเกี่ยวกับเทคนิคการเดาไว้แล้วที่ลิงค์นี้ [179]สอนเทคนิคการเดาความหมายของศัพท์
แต่ปัญหาก็คือ หลายครั้งที่เราถูกบังคับให้ต้องอ่านจับใจความให้ได้มากที่สุดภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุด ทำให้เราไม่มีเวลาที่จะเดา แม้ว่าการฝึกเดาจะเป็นการเรียนรู้ศัพท์ที่ดีก็ตาม
เมื่อเป็นเช่นนี้ผมจึงอยากให้ท่านลงโปรแกรมนี้ไว้ในเครื่องคอมฯที่ท่านใช้งาน โดยดาวน์โหลดจากเว็บนี้ http://www.thaibuddy.com/ และคลิกอ่านรายละเอียดการใช้งานได้จาก ที่นี่
ถ้าขัดข้องในการดาวน์โหลด Buddy Dict จากเว็บของเขา ลองดาวน์โหลดจากลิงค์นี้แทน: http://tinyurl.com/6ckfbq
ผมเชื่อมั่นว่า ถ้าท่านขยันอ่าน หรือมีงานที่บังคับให้ท่านต้องอ่านบ่อย ๆ ด้วยการใช้โปรแกรมดิก My Buddy Dictionary ที่ผมแนะนำนี้ ท่านจะสามารถจำศัพท์จำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเก่งภาษาอังกฤษ
ผมเชื่อว่าท่านทำได้ และขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จครับ
พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com
ท่านที่เป็นแฟน Blog นี้อาจจะรู้สึกว่า ผมให้ความสำคัญกับการรู้ศัพท์มากเหลือเกิน หรืออาจจะมากเกินไป จนท่านอาจจะเบื่อ อย่าเพิ่งเบื่อเลยครับ อนุญาตให้ผมอธิบายอีกสักครั้งเถอะครับ
การรู้ศัพท์นั้น ผมหมายถึง 2 อย่าง คือ จำศัพท์ได้ และใช้ศัพท์เป็นเมื่อต้องพูดและเขียน
จริงอยู่ ถ้าเป็นเด็กฝรั่ง เขาก็จำศัพท์ได้และใช้ศัพท์เป็นไปพร้อม ๆ กันมาตั้งแต่เด็กแล้ว ก็เหมือนเด็กไทยนั่นแหละครับที่ไม่มีปัญหาเรื่องภาษาไทย เรารู้ศัพท์คำไหนเราก็ใช้ศัพท์คำนั้นเป็น
แต่เนื่องจากการเรียนภาษาอังกฤษของเราอาจจะขาดตกบกพร่องมามากบ้างน้อยบ้าง เราก็เลยรู้ศัพท์น้อยเกินไปบ้าง หรือบางคำที่รู้ความหมายก็ใช้เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง
ปัญหาก็คือ ตอนนี้เราโตแล้ว และไม่สามารถย้อนเวลากลับไปเรียนภาษาอังกฤษอย่างถูกวิธีตามที่นักวิชาการเขาบอก แต่ทว่าความจำเป็นบังคับให้เราต้องรู้ศัพท์ คือจำ(ความหมายของศัพท์)ได้ และใช้ศัพท์(ในการพูดและเขียน)เป็น เราจะทำยังไงดีถึงจะมีความสามารถอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่อายุก็แก่ขนาดนี้แล้ว
โดยธรรมชาติ ศัพท์ที่เข้ามาสู่ตัวเรานี้ เข้ามาทางตาและทางหู ก็คือโดยการอ่านและโดยการฟังนั่นเอง ถ้าป็นการอ่าน เมื่อสงสัยศัพท์เรามีสิทธิเปิดดิกหรืออ่านซ้ำคร่ำครวญกับมันจนเข้าใจดีขึ้น แต่ถ้าเป็นการฟัง ผมเชื่อว่าโอกาสที่เราจะไต่ถามมีน้อยกว่าการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นการฟังคนอื่นพูดอยู่ข้างหน้าเรา หรือเป็นการฟังข่าวที่เราไม่สามารถบอกให้เขาอ่านช้า ๆ หน่อยเพราะเราฟังไม่ทัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องใช้หลัก ‘โตแล้วเรียนลัด’ และใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ผมกำลังจะแนะนำท่านว่า มีโปรแกรมดิกชันนารีอยู่โปรแกรมหนึ่ง ที่ผมอยากจะให้ทุกท่านดาวน์โหลดและติดตั้งไว้ที่เครื่องคอมฯของท่าน ถ้ามีทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ก็ลงไว้ทั้ง 2 เครื่องเลย ดิกโปรแกรมนี้ชื่อว่า My Buddy Dictionary เป็นดิก อังกฤษ – ไทย และ ไทย – อังกฤษ (มีขนาด 25 MB) มีศัพท์เยอะมาก เป็นแสนคำเลยครับ
ข้อดีของโปรแกรมดิกนี้ ที่ทำให้ผมต้องแนะนำท่านก็คือ ทุกครั้งที่ท่านสงสัยศัพท์คำใด ก็ใช้บริการจากดิกนี้ได้ทันที โดย ที่วางเคอร์เซอร์บนศัพท์คำนั้น และกด alt + ตัว S ความหมายของศัพท์ตัวนั้นก็จะปรากฏขึ้นมาในหน้าต่างใหม่ให้ท่านเห็นทันที ท่านสามารถใช้บริการนี้ได้ไม่ว่าท่านจะอ่านขณะต่อเน็ตหรือไม่ได้ต่อเน็ต จะอ่านจากหน้าเว็บ, จากเอกสาร WORD, หรือจากไฟล์อะไรก็ตามได้ทั้งนั้น
นี่เป็นด่านแรกของการรู้ศัพท์ คือรู้ความหมาย เมื่อรู้ความหมายและค่อย ๆ จำได้ เมื่ออ่านไปบ่อย ๆ จาก ‘จำได้’ ก็จะยกระดับขึ้นสู่ ‘ใช้เป็น’ คือใช้พูดและเขียนเป็น แต่อันดับแรกต้องจำให้ได้ซะก่อน
การใช้บริการเช่นนี้ ใช้ได้เฉพาะเมื่ออยู่หน้าคอมฯ เท่านั้น เพราะถ้าเป็นการอ่านหนังสือเล่ม ท่านไม่มีทางทำได้ เพราะท่านจะต้องค่อย ๆ หยิบดิกชันนารีขึ้นมา พลิกไปยังหน้าที่ต้องการหาศัพท์ เสร็จแล้วก็ปิดเล่มดิก วางดิกไว้ยังที่ของมัน แล้วกลับมาอ่านหนังสือที่อยู่เฉพาะหน้า ทั้งหมดนี้กว่าจะรู้ศัพท์แต่ละคำก็อาจจะกินเวลาไม่ต่ำกว่าคำละ 5 นาที ทำไปไม่ได้เท่าไหร่ก็เบื่อและเลิกทำ และถ้าต้นฉบับที่เราต้องอ่านมันมีศัพท์ที่เราไม่รู้ความหมายทุกบรรทัด เราไม่ต้องเปิดดิกกันตายหรือครับ?
อาจารย์หลายท่านแนะนำให้เรา ‘เดาก่อนเปิดดิก’ ซึ่งเป็นวิธีที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และได้แนะนำเว็บเกี่ยวกับเทคนิคการเดาไว้แล้วที่ลิงค์นี้ [179]สอนเทคนิคการเดาความหมายของศัพท์
แต่ปัญหาก็คือ หลายครั้งที่เราถูกบังคับให้ต้องอ่านจับใจความให้ได้มากที่สุดภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุด ทำให้เราไม่มีเวลาที่จะเดา แม้ว่าการฝึกเดาจะเป็นการเรียนรู้ศัพท์ที่ดีก็ตาม
เมื่อเป็นเช่นนี้ผมจึงอยากให้ท่านลงโปรแกรมนี้ไว้ในเครื่องคอมฯที่ท่านใช้งาน โดยดาวน์โหลดจากเว็บนี้ http://www.thaibuddy.com/ และคลิกอ่านรายละเอียดการใช้งานได้จาก ที่นี่
ถ้าขัดข้องในการดาวน์โหลด Buddy Dict จากเว็บของเขา ลองดาวน์โหลดจากลิงค์นี้แทน: http://tinyurl.com/6ckfbq
ผมเชื่อมั่นว่า ถ้าท่านขยันอ่าน หรือมีงานที่บังคับให้ท่านต้องอ่านบ่อย ๆ ด้วยการใช้โปรแกรมดิก My Buddy Dictionary ที่ผมแนะนำนี้ ท่านจะสามารถจำศัพท์จำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเก่งภาษาอังกฤษ
ผมเชื่อว่าท่านทำได้ และขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จครับ
พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)